ความสำคัญของปัญหา

การขาดที่ดินทำกินและสิทธิที่ดินทำกินเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความขัดแย้งระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลต้องรีบดำเนินการแก้ไขเพื่อสร้างโอกาสสิทธิการเข้าถึงและการใช้ทรัพยากรอย่างถูกต้องและยั่งยืนของประชาชนให้มากขึ้น หน่วยงานด้านการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ ต้องรับภาระหน้าที่อย่างมากในการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติทำให้เจ้าหน้าที่มีปัญหาทางด้านการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ที่มีโอกาสถูกบุกรุกจากราษฎรเพื่อแผ้วถางพื้นที่ทำกินเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ราษฎรที่มีพื้นที่ทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ ได้ขาดความมั่นใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากตระหนักดีว่ากำลังกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ซึ่งอาจถูกจับกุมดำเนินคดีและถูกย้ายออกจากพื้นที่ทำกินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทุกขณะ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจและสร้างความขัดแย้งระหว่างกันเรื่อยมา

การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่

ผลงานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้และบูรณาการระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่เข้ากับการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยผลที่ได้รับคือ (1) แนวทางและกระบวนการในการจัดการดูแล ป้องกันทรัพยากรป่าไม้ของท้องถิ่นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน (2) ฐานข้อมูลตำแหน่งที่อยู่อาศัย ขอบเขตแปลงที่ดินทำกินในเชิงพื้นที่ และข้อมูลเกษตรกรในเบื้องต้นของพื้นที่ตำบลที่เข้าร่วมโครงการ ฯ ที่ดำเนินการด้วยตัวชุมชนเอง และ (3) โปรแกรมฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชนและข้อมูลเศรษฐกิจ-สังคม

การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่

การนำไปใช้ประโยชน์

ผลงานวิจัยในส่วนแนวทางในการจัดการดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ หน่วยงานด้านการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดแผนงานด้านการจัดการและพัฒนาพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จากข้อมูลจริงของพื้นที่

ในส่วนฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่ของแปลงที่ดินทำกินและพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ เพื่อการวางแผนและการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ตลอดจนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่มีข้อขัดแย้งกับการจัดการดูแลพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ การใช้ระบบสารสนเทศจะทำให้ชุมชนและ อปท. ได้รู้สถานภาพหรือรู้เท่าทันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรกับทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง ทำให้มองเห็นภาพจริงในเชิงพื้นที่ของที่ดินทำกินและพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้และหากมีการนำไปใช้อย่างต่อเนื่องและปรับปรุงข้อมูลทุกระยะเวลา ชุมชนจะสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของทรัพยากรในท้องถิ่นได้

สำหรับโปรแกรมฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชน สามารถใช้วิเคราะห์และแสดงผลการจัดลำดับความสำคัญและความต้องการของชุมชนในแต่ละยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาในภาพรวมของตำบล ตลอดจนใช้แสดงศักยภาพทรัพยากรที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น และทำข้อเสนอการพัฒนาต่อ อบต. รวมทั้งการแสดงภาพข้อมูลเชิงพื้นที่ที่สำคัญเป็นรายหมู่บ้านเช่น ตำแหน่งที่อยู่อาศัยและแปลงที่ทำกินทั้งหมู่บ้าน พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ป่าชุมชนไร่หมุนเวียนตำแหน่งสถานที่สำคัญ (โรงเรียน สถานีอนามัย สถานีตำรวจ วัดโบสถ์ สถานที่ท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภค) และภาพแสดงความลาดชันของพื้นที่พร้อมแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการสร้างพลังงานทางเลือก นอกจากนี้ยังสามารถประเมินผลเปรียบเทียบการพัฒนาข้อมูลที่สำคัญบางประการในระหว่างปีได้

การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่

คณะผู้วิจัย

  1. ผศ. ดร.ถาวร อ่อนประไพ ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ และ ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. ผศ.ดร.สาวิตร มีจุ้ย มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จ. ลำปาง
  3. ดร.กมลไชย คชชา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน