งานวิจัย : โครงการ การมีส่วนร่วมในการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน-ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : อ.ทรงศักดิ์ ปัญญา
วันเริ่มต้นโครงการ : 15/05/2009
วันสิ้นสุดโครงการ : 14/11/2009
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

นับตั้งแต่ทศวรรษ 2530 การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วโดยการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และงานบริการ ส่งผลให้เกิดการเติบโตของเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญทางเศรษฐกิจพร้อมกับกระแสของการท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในเมืองต่างๆในภูมิภาค โดยมีแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญคือทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น ท่ามกลางปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆในชุมชน-ท้องถิ่น เช่น การขยายตัวของธุรกิจสมัยใหม่ การปรับปรุงบ้านเรือนย่านที่อยู่อาศัย ตลาด ร้านค้า ที่พักนักท่องเที่ยวในรูปแบบของอาคารสมัยใหม่ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีเพื่อรองรับการท่องเที่ยวมากขึ้น หรือการมีอัตลักษณ์ที่หลากหลายขึ้นของคนท้องถิ่นทำให้อัตลักษณ์ของคนท้องถิ่นเริ่มหายไป แม้ว่าจะมีความพยายามอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่แต่ทว่าแนวโน้มของความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้นำมาสู่การปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางสังคมที่เปรียบเสมือนแกนกลางในการหล่อเลี้ยงชุมชน-ท้องถิ่นมาอย่างยาวนานให้มีความห่างเหินมากขึ้น

ในบริบทของความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้มีความพยายามโดยการร่วมมือของภาครัฐ หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชนท้องถิ่นและภาคเอกชน ร่วมกันเสนอแนวคิดกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือที่เรียกว่า “เมืองน่าอยู่” เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการเมืองที่เหมาะสมโดยท้องถิ่น และดึงการมีส่วนร่วมจากประชาคมชุมชนเมืองอย่างกว้างขวางเพื่อให้เกิดสุขภาวะที่ดีสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย ทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและด้านอื่นๆที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและประชาชนทุกกลุ่มในสังคม ซึ่งในบางเมืองได้พัฒนาความเป็นเมืองน่าอยู่ในมิติของสภาพแวดล้อมที่ดีไปสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองเก่า บ้านเก่าหรือย่านเก่าในมิติของการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม เช่น กรณีของตลาดร้อยปีสามชุก การรื้อฟื้นและการสร้างความทรงจำร่วมทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่นี้ ชุมชนได้เลือก “ตลาด” ขึ้นมาเป็นแกนกลางของการสร้างประวัติศาสตร์ชุมชน-ท้องถิ่นให้เป็นพื้นที่ที่มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ความทรงจำต่ออดีตร่วมกันของคนสามชุกได้นำมาสู่การถักทอความสัมพันธ์ทางสังคม นำมาสู่พลังในการจัดการพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมชุมชน-ท้องถิ่น รวมถึงการคิดค้นรูปแบบใหม่ๆของการจัดการปัญหาจากการท่องเที่ยว

ดังนั้นการรื้อฟื้นและสร้าง “ประวัติศาสตร์ชุมชน-ท้องถิ่น” ให้เป็นความทรงจำร่วมกันนี้ จึงเป็นการสร้างและกระชับสายใยความสัมพันธ์ทางสังคมหรืออีกนัยหนึ่งคือสมบัติร่วมกันของคนในชุมชนท้องถิ่นเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของ “พื้นที่” และ “ผู้คน” ที่มีการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของตนเองมาอย่างยาวนาน เพราะในแต่ละพื้นที่ของชุมชนนั้นมีความทรงจำร่วมกันของชุมชนฝังอยู่และยังคงโลดแล่นอยู่ในสำนึกของชาวบ้านในแต่ละย่านชุมชน ซึ่งความทรงจำร่วมนี้สามารถกลายมาเป็นพลังได้โดยการสร้าง “ความหมาย” ให้กับพื้นที่ ซึ่งพลังที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นความภาคภูมิใจของคนในชุมชนเท่านั้นหากแต่เป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่นำมาสู่การสร้างสรรค์ “ทุนทางเศรษฐกิจ” และ “ทุนทางสังคม” ได้อย่างมีพลัง

กล่าวได้ว่าเมืองแม่ฮ่องสอนนั้นมีต้นทุนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นศักยภาพในการจัดการต้นทุนทั้งสามด้านจึงมีความสำคัญในมิติของการบูรณาการจัดการที่จะต้องมีความสอดคล้องยั่งยืนซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันปัจจุบันได้มีการเสนอแนวคิดจากหลายภาคส่วนที่จะพัฒนาเมืองแม่ฮ่องสอนไปสู่การเป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรม ในอนาคต ดังนั้นโครงการวิจัยระยะสั้นนี้ได้เลือกศึกษาการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนเพื่อตอบโจทย์และประเมินความต้องการ ทิศทาง ศักยภาพ ความพร้อมของชุมชนในการจัดการทางวัฒนธรรม ณ ปัจจุบัน โดยเน้นการศึกษาและรวบรวมข้อมูลความทรงจำร่วมทางประวัติศาสตร์ การศึกษาสถานภาพองค์ความรู้ควบคู่กับการจัดกระบวนการระดมความคิดเห็นผ่านเวทีระดับต่างๆ โดยใช้วัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนกลาง เพื่อนำมาสู่การเสริมสร้างพลังในการปรับตัวของชุมชนท้องถิ่นจากพลังของ “อดีต” หรือรากเหง้าของตนเอง ซึ่งฝังแน่นอยู่กับตัวเราขณะเดียวกันเรากลับอยู่กับ “อดีต” ที่ฝังแน่นอยู่ในปัจจุบันไม่เป็น ดังนั้นการเรียนรู้อดีตอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งจึงเป็นรากฐานที่สำคัญในการผลักดันให้เราเดินไปสู่อนาคตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในอนาคตได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

ดังนั้น โครงการวิจัยระยะสั้นนี้ จึงเน้นศึกษาและรวบรวมข้อมูลการจัดการทางวัฒนธรรมของ “ป๊อก” หรือชุมชนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนทั้ง 6 ชุมชน โดยใช้แนวการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและมานุษยวิทยาในการวิจัย รวมทั้งเชื่อมโยงงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมขององค์กรต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เช่น ภาครัฐ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่น ผู้รู้ สถาบันการศึกษาและนักวิชาการที่ทำงานวิจัยอยู่ในพื้นที่ ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการพัฒนาโครงการวิจัยที่เต็มรูปแบบ เพื่อการพัฒนาการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์

1. รวบรวมข้อมูลการจัดการทางวัฒนธรรมของ “ป๊อก” หรือชุมชนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนทั้ง 6 ชุมชน โดยใช้แนวการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและมานุษยวิทยาในการวิจัย โดยจะให้ความสำคัญกับประเด็นสถานภาพความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมในอดีตของเมืองแม่ฮ่องสอน ศักยภาพกลไกการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและเมืองแม่ฮ่องสอน

2. รวมทั้งเชื่อมโยงงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมขององค์กรต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เช่น ภาครัฐ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่น ผู้รู้ สถาบันการศึกษาและนักวิชาการที่ทำงานวิจัยอยู่ในพื้นที่ ฯลฯ

3. พัฒนาโครงการวิจัยที่เต็มรูปแบบและการวางแผนแนวทางพัฒนาและจัดการทรัพยากรทางวัฒนาธรรมของชุมชนและเมืองแม่ฮ่องสอน