งานวิจัย : การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการฟื้นฟู อนุรักษ์ และจัดการสืบสานทรัพยากรทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ของชุมชนในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : รศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/08/2006
วันสิ้นสุดโครงการ : 30/11/2006
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

ทุนนิยมเสรีในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ได้ส่งผลกระทบทางด้านวัฒนธรรม สังคมและเศรษฐกิจต่อประเทศกำลังพัฒนาโดยตรง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมที่เป็นผลจากกระแสของเศรษฐกิจบริโภคนิยมจากประเทศตะวันตก การท่องเที่ยวในยุคที่โลกไร้พรมแดนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นในโลก

ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากกระแสของโลกาภิวัฒน์เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะจากนโยบายการท่องเที่ยวที่รัฐส่งเสริมโดยเน้นด้านการตลาดเป็นหลัก เช่น นโยบายเรื่องหนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงพยายามดำเนินงานตามนโยบายนี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความร่ำรวยทั้งด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและด้านวัฒนธรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์สำหรับผู้ที่สนใจในด้านนี้เป็นเวลามากว่า 20 ปีแล้ว แต่เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างรวดเร็ว มีนายทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าไปซื้อที่ดินและบ้านเรือนปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้าและที่พัก(เกสต์เฮาวส์) เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว(ต่างชาติ) ชุมชนท้องถิ่นก็เริ่มย้ายถิ่นฐานออกนอกเมือง วัฒนธรรมดั้งเดิมที่เคยมีอยู่ก็เริ่มเสื่อมถอย เกิดปัญหาอาชญากรรม โสเภณี ยาเสพติด และปัญหาเยาวชนมากขึ้น การเสื่อมถอยและวิกฤตทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในระยะหลังๆนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับรัฐและองค์กรในระดับท้องถิ่นพยายามขยายและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำตัวเลขทางเศรษฐกิจมาเป็นเกณฑ์แสดงถึงความเจริญของพื้นที่(อำเภอปาย) ซึ่งถ้ามองแต่ในด้านผลได้ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการจัดการที่ดีแล้ว เชื่อแน่ว่าจะเป็นผลดีแก่ท้องถิ่นเพียงในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่ในระยะยาวกลับจะเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีผลต่อวัฒนธรรมที่ดีงามอันเก่าแก่ของท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการสูญเสียที่สำคัญยิ่งและอาจจะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ ในที่สุดก็จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงาม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งเคยเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มาเยือนเพื่อศึกษาหาความรู้และพักผ่อนสูญหายไปด้วย ดังจะเห็นได้ในปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวคุณภาพจากต่างประเทศ เริ่มเปลี่ยนจุดหมายจากอำเภอปาย ไปสู่เมืองวังเวียง หลวงพระบาง หรือฮาลอง ในสาธารณรัฐประชาชนลาวและเวียดนามมากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาตัวเมืองปายได้พยายามพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเน้นธุรกิจเป็นหลัก จนกลายเป็นเมืองธุรกิจบันเทิงที่ไม่มีความแตกต่างไปจากที่อื่นๆ จนไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นเหมือนเช่นที่เคยเป็น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพลดลงอย่างน่าเป็นห่วง กลายเป็นแหล่งมั่วสุมของนักท่องเที่ยวประเภทฉาบฉวย เป็นพัฒนาการเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในเมืองพัทยาหรือหาดป่าตองของจังหวัดภูเก็ต และนับวันก็จะส่งผลกระทบในทางลบต่อการท่องเที่ยวของอำเภอปาย มีผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ และกระทบต่อวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนในอำเภอปายมากยิ่งขึ้น

การกู้วิกฤตการเสื่อมถอยของสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของเมืองปายนั้น จำเป็นจะต้องกลับไปสู่ความเข้าใจรากเหง้าและภูมิปัญญาของคนโบราณที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองปายในอดีต ความรู้ความเข้าใจในอดีตนี้จะเป็นการสร้างสำนึกที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในคุณค่าของ “ของดี” ที่มีอยู่ในบ้านเมืองของตัวเอง ส่งผลต่อการอนุรักษ์ พื้นฟูและการดำรงรักษาอัตลักษณ์ของเมืองไว้ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสนใจและกลับมาเมืองปายเพื่อทำความรู้จักเมืองปายในฐานะที่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อารยธรรมที่ยาวนาน แทนที่จะปล่อยให้เป็นเมืองของบุบผาชน(ฮิปปี้)หรือเป็นเสมือนกับถนนข้าวสารที่ 2 และที่สำคัญยิ่งเมืองปายยังมีโอกาสที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเข้ามาแทนที่ หากมีการฟื้นฟูและจัดการในแนวทางพระราชดำริคือการกลับไปสู่ความเรียบง่ายและความพอเพียง โดยใช้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามที่มีอยู่เดิม เป็นแกนในการร้อยรัดสังคมให้เข้มแข็ง และอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เป็นเสน่ห์ของเมืองปายที่ยั่งยืนต่อไป

ดังนั้น โครงการนำร่องระยะสั้นนี้ จึงจะเน้นศึกษาและรวบรวมข้อมูล ”ของดีเมืองปาย” และพัฒนากลไกที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมขององค์กรต่างๆ ในอำเภอปาย เช่น หน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่น ผู้รู้ และนักวิชาการที่ทำงานวิจัยอยู่ในพื้นที่ ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการพัฒนาโครงการวิจัยที่เต็มรูปแบบ เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์ และจัดการสืบสานทรัพยากรทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ต่อไป

วัตถุประสงค์

ศึกษาและสำรวจข้อมูลพื้นฐานที่มีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาโครงการวิจัยที่เต็มรูปแบบ โดยจะให้ความสำคัญในด้านต่อไปนี้ คือ

  1. ศึกษาและประเมินสถานภาพความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมในอดีตของเมืองปาย
  2. พัฒนาศักยภาพของแหล่งโบราณคดีและแหล่งทรัพยากรทางวัฒนธรรมในการจัดการความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  3. พัฒนาศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
  4. พัฒนาศูนย์ข้อมูลและการเรียนรู้เกี่ยวโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของเมืองปายที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ และประเทศเพื่อนบ้าน