งานวิจัย : ระบบจัดการทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนระดับตำบลในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : รศ.ดร.ศักดิ์ดา จงแก้ววัฒนา
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/10/2006
วันสิ้นสุดโครงการ : 30/09/2008
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาและความสำคัญ
งานวิจัยภายใต้โครงการฐานข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการของราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ศึกษาการจัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของชุมชนเป็นรายครัวเรือนในหมู่บ้านนำร่อง 12 หมู่บ้านที่กระจายอยู่ใน 4 อำเภอ และนำไปสู่การวิเคราะห์ตัวชี้วัดระดับความเป็นอยู่ชองประชากรในชุมชน เป็นงานที่ภาคประชาชน ภาครัฐ และภาควิชาการทำงานร่วมกัน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการแก้ปัญหาความยากจน และเพื่อศึกษารูปแบบของการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกินของชุมน จัดได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าที่ดินทำกินเกือบทั้งสิ้นในหมู่บ้านนำร่อง ล้วนแต่เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ประเภทต่างๆ ที่มีกฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปใช้ประโยชน์ในเขตดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันยังเป็นประเด็นที่จะต้องหาทางแก้ไขที่ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งเป็นงานที่ภาคราชการจะต้องหาทางแก้ปัญหาทั้งในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติต่อไป

อย่างไรก็ตามการยกระดับความเป็นอยู่และการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งกว่าร้อยละ 90 มีสภาพเป็นป่าเขาที่ส่วนใหญ่การคมนาคมยังไม่สะดวก และเป็นชุมชนของหลายชนเผ่าที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแตกต่างกัน ยังต้องการงานวิจัยอีกมากเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการยกระดับความเป็นอยู่ของครัวเรือนและชองชุมชน ที่ไม่ขัดต่อวิถีชีวิตและประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาร้อยๆปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้มีความมั่นคงในปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เข่น ให้สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอกับความต้องการของครัวเรือนตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ทำกิน พัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของครัวเรือนรวมทั้งของชุมชนให้ดีขึ้น มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบตลาด โดยนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่ชุมชนนั้นๆ ตั้งอยู่ ให้เป็นการพัฒนาครัวเรือนและชุมชนที่ยั่งยืน ส่งผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม เพื่อชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมต่อไปในระยะยาวได้ด้วย

จากผลของงานวิจัยในโครงการนำร่องระยะสั้น เรื่อง การพัฒนาและใช้ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โครงการได้สำรวจข้อมูลรายครัวเรือนและทรัพยากรใน 3 หมู่บ้านของตำบลห้วยปูลิง ซึ่งเป็นชุมชนของชาวไทยภูเขาเผ่าปะกาเกอะญอ ได้พบว่าปัญหาพื้นฐานที่สำคัญที่ครัวเรือนประสบอยู่คือเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจากระบบการผลิตที่เป็นอยู่ซึ่งยังเป็นแบบไร่หมุนเวียน ผลิตอาหารได้ไม่พอเพียงกับการบริโภค ซึ่งในรายละเอียดพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของครัวเรือนในหมู่บ้านที่ทำการศึกษามีข้าวบริโภคไม่พอเพียงตลอดปี เนื่องจากปัญหาศัตรูพืชและดินเสื่อมโทรม เป็นที่น่าสังเกตว่าแต่ละครัวเรือนมีแปลงเกษตรกรรมประมาณ 4-5 แปลงเพื่อลดความเสี่ยงในการผลิต และที่ดินทำกินเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ซึ่งยังเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย ที่หน่วยงานของรัฐฯ เองก็ยังไม่มีทางออกในการแก้ปัญหาที่ชัดเจน ซึ่งการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกของชุมชนเพื่อให้ได้จำนวนผลผลิตพอเพียงนั้น นับวันจะทำให้พื้นที่ทำกินของทั้งหมู่บ้านโดยรวมสูงมาก จนเป็นปัญหาด้านการบุกรุกพื้นที่ลุ่มน้ำที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งที่จะมีกับหน่วยงานของรัฐฯ ที่มีหน้าที่ดูแลรักษาพื้นที่อนุรักษ์มากขึ้น นอกจากนั้น จากงานวิจัยในโครงการนำร่อง มีข้อมูลว่าพื้นที่ทำกินยังเพิ่มสูงขึ้นไปตามจำนวนครัวเรือนในหมู่บ้านอีกด้วย เช่น บ้านหนองขาว มีสัดส่วนพื้นที่ทำกินรวม 8,762 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำกสิกรรม 155 แปลง สำหรับประชากร 63 ครัวเรือน บ้านห้วยฮี้ มีสัดส่วนเป็น 4,187 ไร่ จำนวน 77 แปลง ประชากร 23 ครัวเรือน และบ้านห้วยไม้ดำ มีสัดส่วนเป็น 3,913 : 214: 37 เป็นต้น ซึ่งที่ดินทำกินนี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ชุมชนมีความขัดแย้งกับหน่วยงานภาครัฐในปัจจุบัน เนื่องจากที่ดินทำกินทั้งหมดอยู่ในเขตอนุรักษ์ที่มีกฎหมายห้ามเข้าไปใช้ประโยชน์อยู่ สำหรับปัญหาอาหารโปรตีนจากสัตว์เลี้ยงที่สำคัญนั้น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านโรคระบาด ทั้งของสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจ(วัวควาย) และสัตว์ที่เป็นอาหารโปรตีน(เป็ดไก่หมู) ซึ่งชุมชนยังไม่มีความรู้ในการป้องกันแก้ไขที่ถูกต้อง และแทบทุกครัวเรือนในหมู่บ้านมีกิจกรรมเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นจึงปัญหาทั้งในด้านสุขอนามัยและในด้านรายได้อันพึงที่จะเกิดขึ้นของครัวเรือน ปัญหาดังกล่าวอาจจะทวีความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนและชุมชนมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถ้าในภายหน้าเกิดการระบาดของไข้หวัดนกในหมู่บ้านเหล่านี้

นอกจากนี้ การสำรวจความคิดเห็นในภาพรวมทั้งหมู่บ้าน พบว่า แม้ว่าทุกหมู่บ้านจะมีความเห็นที่ตรงกัน คือ ให้ด้านความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเรื่องพื้นที่ทำกิน และเรื่องอาหาร ตามลำดับ แต่ทุกหมู่บ้านก็ต้องการใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ตามลำดับ ซึ่งในสองส่วนที่กล่าวมาข้างต้นมีความขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งคงจะต้องมีการศึกษาเพื่อหาแนวทางที่จะใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่ชุมชนจำเป็นต้องใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก แต่ชุมชนก็จะมีปัญหาเรื่องการตัดไม้ในป่ามาใช้เป็นเชื้อเพลิง ส่วนด้านสุขอนามัยในครัวเรือนนั้น แม้ว่าจะเป็นความต้องการอันดับท้ายของชุมชนที่ต้องการให้ช่วยเหลือ แต่จากผลการสำรวจที่ดำเนินการโดยหน่วยงานด้านสารธารณสุขกลับพบว่า ประชากรในหมู่บ้านมีการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าว่าชุมชนเองอาจจะยังไม่ทราบถึงปัญหาด้านสุขภาพของตนเองที่แท้จริง หรืออาจยังมีปัญหาด้านอื่นที่มีผลต่อชีวิตประจำวันที่ชัดเจนมากกว่า

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า การแก้ไขปัญหาในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น ให้ชุมชนได้มีพอใช้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน โดยยึดความเป็นอยู่อย่างพอเพียงนั้น จำเป็นต้องมองทุกประเด็นของปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขไปพร้อมๆ กันอย่างเป็นระบบ ทั้งปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ด้านโภชนาการ(โปรตีน) ด้านพลังงานในครัวเรือน(ปัญหาการใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือน) และปัญหาสุขอนามัยที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรของครัวเรือน โดยพิจารณาให้อยู่ในแนวทางที่เหมาะสม ทั้งในด้านการอนุรักษ์พื้นที่ลุ่มน้ำ การผลิตอาหารที่อาจจะต้องมีการจัดการให้การใช้พื้นที่ดินทำกินมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการใช้ทรัพยากรในครัวเรือนต่างๆ ด้วย

ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ มีความสอดคล้องกับข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้านของในจังหวัดแม่ฮ่องสอนตามที่ปรากฏในรายงาน กชช 2ค. ปี พ.ศ. 2546 ซึ่งสรุปไว้ว่า มีปัญหามาก คือ ด้านผลผลิตจากการทำไร่สาธารณูปโภคไฟฟ้า ระดับการศึกษาของชุมชน การเรียนรู้โดยชุมชน สำหรับปัญหาปานกลางได้แก่เรื่อง ถนน น้ำเพื่อการเกษตร การติดต่อสื่อสาร อย่างไรก็ดีหมู่บ้านที่สำรวจมีสภาพภูมิประเทศ ภูมิปัญญาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ นอกจากนั้นรายงานที่ได้จากการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อปี พ.ศ. 2545 ได้ชี้ให้เห็นว่ายังมีสิ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายใน 6 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดที่ 11 (คนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี) ตัวชี้วัดที่ 22 (เด็กจบภาคบังคับ 9 ปี ได้เรียนต่อมัธยมปลาย) ตัวชี้วัดที่ 26 (คนอายุ 18-60 ปี มีการประกอบอาชีพและมีรายได้) ตัวชี้วัดที่ 28 (ครัวเรือนมีการเก็บออมเงิน) ตัวชี้วัดที่ 30 (คนในครัวเรือนไม่สูบบุหรี่) และตัวชี้วัดที่ 35 (ครัวเรือนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น)

ดังนั้นการพัฒนาฐานข้อมูลครัวเรือนและทรัพยากรของชุมชน จึงมีความสำคัญมากในการยกระดับความเป็นอยู่ของครัวเรือนและของชุมชน เนื่องจากจะทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่ายังมีปัญหาในด้านใดบ้าง และในหลายกรณีปัญหานั้นๆ จะมีแนวทางแก้ไขได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่นั้นมีความซับซ้อนมาก เนื่องจากชุมชนมีวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของชนเผ่าที่ได้ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งบางเรื่องก็อาจไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของทางราชการ เข่น การใช้ที่ดินทำกินซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำเกษตรในระบบไร่หมุนเวียน เป็นวิธีปฏิบัติตามวิถีชีวิตท้องถิ่นมาเป็นเวลานับร้อยปี ซึ่งปัจจุบันนอกจากพื้นที่เหล่านี้จะอยู่ในเขตต้นน้ำและป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายแล้ว ก็ยังมีปัญหาที่ได้ผลผลิตไม่พอเพียงกับการบริโภคด้วย ปัญหาด้านการผลิตนี้ในสมัยก่อนก็อาจแก้ได้ไม่ยากโดยการขยายพื้นที่เพาะปลูก แตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ในปัจจุบัน เป็นต้น ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะสามารถวิเคราะห์และระบุปัญหาได้จากข้อมูลครัวเรือนแล้วก็ตาม การนำผลที่ได้ไปเปลี่ยนให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมนั้น ยังจำเป็นจะต้องพึ่งพาความร่วมมือจากหลายฝ่ายด้วย ทั้งจากภาคประชาชนเจ้าของพื้นที่เอง จากองค์กรที่มีหน้าที่บริหารจัดการท้องถิ่น (เข่น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) จากหน่วยงานราชการระดับที่สูงขึ้นไป (เช่น อำเภอ หน่วยงานป่าไม้ต่างๆ) และภาควิชาการที่จะช่วยค้นหาทางเลือกเพื่อเป็นแนวทางหรือวิธีแก้ปัญหา ดังนั้น โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาระบบฐานข้อมูลครัวเรือนและของทรัพยากรชุมชนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา และศึกษารูปแบบของการประสานงานระหว่างชุมชน ส่วนราชการระดับระดับตำบล อำเภอ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานของครัวเรือน โดยดำเนินการร่วมกับชุมชนผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำเภอเป็นที่ปรึกษาและประสานงานกับภายนอก ซึ่งโครงการได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายของการศึกษาครอบคลุมทุกหมู่บ้านในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง 6 ตำบล รวม 67 หมู่บ้าน ดังที่แสดงไว้ในภาพที่ 1 และตารางที่ 1 ที่คาดหวังว่าการจัดทำฐานข้อมูลครัวเรือนและทรัพยากรชุมชนดังกล่าว นอกจากจะนำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของครัวเรือนในพื้นที่เป้าหมายแล้ว ยังจะเป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ด้านการใช้ประโยชน์ของข้อมูลเพื่อการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของครัวเรือนเอง ของชุมชน และในส่วนของการบริหารจัดการระดับตำบล (อบต.) ที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ รวมทั้งเพื่อให้ อบต. มีระบบฐานข้อมูลครัวเรือนและทรัพยากรสำหรับใช้ในการวางแผนพัฒนาท้องถิ่น หรือในการรองรับโครงการของรัฐฯ เช่น กองทุนหมู่บ้าน หรือโครงการวิสาหกิจชุมชน (SML) เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน งานวิจัยในโครงการนี้ก็มุ่งที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ ที่ครัวเรือนและชุมชนประสบอยู่ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีพ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือโดยนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งสร้างโอกาสในการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาเหล่านั้น เป็นงานวิจัยแบบชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน (ผ่าน อบต.) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ตารางที่ 1 รายชื่อหมู่บ้านแบ่งตามเขตตำบลของอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

รายชื่อตำบล รายชื่อหมู่บ้าน
ตำบลปางหมู บ้านไม้สะเป่ บ้านดอยแสง บ้านในสอย บ้านกุงไม้สัก บ้านปางหมู บ้านสบสอย บ้านทุ่งกองมู บ้านขุนกลาง บ้านสบป่อง บ้านไม้แงะ บ้านพะโข่โหล่ บ้านใหม่และบ้านชานเมือง
ตำบลผาบ่อง บ้านขุนห้วยเดื่อ บ้านห้วยแก้ว บ้านท่าโป่งแดง บ้านม่อนตะแลง บ้านหัวน้ำแม่สะกึด บ้านห้วยเดื่อ บ้านแม่สะกึด บ้านป่าปุ๊ บ้านผาบ่อง บ้านผาบ่องเหนือ บ้านห้วยโป่งกานและบ้านห้วยน้ำส่อม
ตำบลหมอกจำแป่ บ้านรักไทย บ้านนาป่าแปก บ้านห้วยมะเขือส้ม บ้านทบศอก บ้านห้วยขาน บ้านหมอกจำแป่ บ้านแม่สะงา และบ้านห้วยโป่งอ่อน
ตำบลห้วยปูลิง บ้านห้วยปมฝาด บ้านหนองขาว บ้านหัวน้ำแม่ฮ่องสอน บ้านห้วยปูลิง บ้านห้วยฮี้บ้านห้วยกุ้ง บ้านตองก๊อ บ้านห้วยไทร บ้านห้วยตอง บ้านห้วยปูเลย และบ้านห้วยไม้คำ
ตำบลห้วยโป่ง บ้านห้วยช่างคำ บ้านกลาง บ้านป่าลาน บ้านทุ่งมะกอก บ้านไม้ฮุง บ้านแก่นฟ้า บ้านไม้ซางหนาม บ้านห้วยโป่ง บ้านแม่จ๋า บ้านไมโครเวฟ บ้านพะนอคี บ้านหนองเขียวบ้านใหม่ห้วยหวาย และบ้านห้วยหมากลาง
ตำบลห้วยผา บ้านห้วยผึ้ง บ้านนาปลาจาด บ้านแม่สุยะใหม่ บ้านแม่สุยะ(บ้านน้ำกัด) บ้านทุ่งมะส้านบ้านห้วยส้านใน และบ้านห้วยผา
เทศบาลเมือง บ้านจองคำ

หมายเหตุ งานวิจัยครั้งนี้จะทำเฉพาะในเขตห่างไกล นอกเขตเทศบาลเมือง

วัตถุประสงค์

  1. จัดทำฐานข้อมูลครัวเรือนและทรัพยากรของชุมชน เพื่อใช้สนับสนุนการยกระดับความเป็นอยู่อย่างพอเพียง ภายใต้การจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  2. พัฒนารูปแบบระบบเชื่อมโยงประสานงานกันระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบล กำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีอำเภอทำหน้าที่สนับสนุนและประสานงานกับส่วนราชการจากภายนอก เพื่อนำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน
  3. พัฒนากลุ่มบ้านตัวอย่างที่เป็นต้นแบบของระบบจัดการทรัพยากร ที่สร้างความมั่นคงในปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ รวมทั้งด้านพลังงานในครัวเรือน และสุขภาวะที่เกิดจากวิถีชีวิตประจำวัน