งานวิจัย : การพัฒนาและประเมินเทคโนโลยีชุมชน :กรณีตัวอย่าง หมู่บ้านหนองขาวกลาง ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : ผศ.เสริมสุข บัวเจริญ
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/07/2007
วันสิ้นสุดโครงการ : 31/12/2007
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

จากฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชนเพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของตำบลต่างๆในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน: กรณีต้นแบบหมู่บ้านในตำบลห้วยปูลิง ปัญหาสุขอนามัยในครัวเรือนของชุมชน จากผลการสำรวจข้อมูลความเจ็บป่วยในครัวเรือนของชุมชน ตำบลห้วปูลิงพบว่า เป็นโรคทางเดินหายใจ ได้แก่ หลอดลมอักเสบ หอบหืด ไข้หวัด ปอดบวม เป็นอันดับหนึ่ง รองลงไปได้แก่ โรคทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะอาหาร ลำใส้อักเสบ และอุจจาระร่วง โรคผิวหนัง ได้แก่ ผื่นคัน กลากเกลื้อน และน้ำกัดเท้า และโรคทางกระดูก ได้แก่ ปวดตามข้อ กล้ามเนื้อและปวดเอว

สำหรับโรคทางเดินหายใจนั้นคาดว่า น่าจะสูดดมควันในห้องครัว เนื่องเพราะชุมชนปากะญอ หลับนอนในห้องครัวซึ่งเป็นระบบปิดไม่มีหน้าต่าง มีแต่ประตูเข้าออก และจะก่อไฟจากไม้ฟืนตลอดคืน ทั้งนั้เพราะเป็นพื้นที่สูงและมีอากาศหนาวเย็นในเวลากลางคืนแทบตลอดปี อีกทั้งต้องใช้ความร้อน และควันจากกองไฟในห้องครัว เพื่อการเก็บรักษา อาหารและเม็ดพันธ์พืช ซึ่งเป็นสิ่งปฏิบัติสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ ทำให้ต้องเสี่ยงต่อการสูดควันไฟที่เกิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากรายงานของ The United Nations Development Program (UNDP)/Global Environment Facility(GEF),(2002).ปัจจุบันปัญหามลพิษจากควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ เกิดจากหลายแหล่งด้วยกัน เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง จากยานพาหนะ จากโรงงานอุตสาหกรรม การเผาป่า การใช้เชื้อเพลิงจากฟืนในครัวเรือน การเผาไหม้ที่ไม่มีการควบคุมเป็นปัญหาหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซCarbon Monoxide ที่ไม่มีกลิ่น และไม่มีสี Carbon Monoxide สามารถที่จะฆ่ามนุษย์ได้ขณะหลับ ถ้าได้รับใน ระดับ 10,000 or 15,000 parts per million เตาที่ใช้ไม้ฟืนต้องการ การออกแบบและใช้งานที่ถูกต้องทั้งการระบายอากาศ และการไหลวนแทนที่ของอากาศที่ทำให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์สูงสุด เตาที่ใช้ไม้ฟืนต้องการ การออกแบบและใช้งานที่ถูกต้องทั้งการระบายอากาศและการไหลวนแทนที่ของอากาศที่ทำให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์สูงสุด จะประหยัดเชื่อเพลิงที่เป็นฟืนได้ถึง 50%

นอกจากนั้นเศษของเหลือใช้ประจำวันหรือขยะในชุมชน เป็นปัญหาหนึ่งที่ชุมชนจะต้องตระหนักในการจัดการและการนำไปใช้ประโยชน์ด้วยภูมิปัญญาของชุมชนเอง หลังจากเรียนรู้และได้รับคำแนะนำจากผลการวิจัย เพื่อรองรับการเเจริญเติบโตของชุมชน ซึ่งจะเป็นการเตรียมการตั้งรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เตาเผาขยะแห้งในโรงเรียนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้วิจัยต้องการนำเอาพลังงานความร้อนไปใช้ประโยชน์ ในการทำน้ำร้อนสำหรับใช้ทำความสะอาดภาชนะในโรงอาหารของโรงเรียนเพื่อสุขอนามัยที่ดี

ปัญหาของชุมชนอีกประการหนึ่งคือพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ชุมชนได้รับจากรัฐบาล เริ่มมีปัญหา เนื่องจากเกิดช่องว่างระหว่างความรู้ การมีส่วนร่วม และ การ ใช้เทคโนโลยีใน การซ่อมบำรุงรักษา โซลาเซลล์ ทำให้ชุมชน เช่นโรงเรียน อนามัย และบ้านเรือน มีปัญหาในการสำรองไฟฟ้า

ดังนั้นไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กจึงเป็นทางเลือก ทางหนึ่งเนื่องจาก การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำขนาดเล็กนั้น เป็นเทคโนโลยีที่ไม่สูงมากนักและการลงทุนต่ำเมื่อเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์ แต่ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะโรงเรียนในชนบท ที่มีกิจกรรมการใช้ไฟฟ้าที่สำคัญมากในชุมชน และปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูง จึงเสนอแนวคิด พัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาดจิ๋ว สำหรับโรงเรียนชนบท ภาคเหนือของประเทศไทย ตัวเครื่องมีขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 1 กิโลวัตต์ ต้นทุนต่ำ ถอดเคลื่อนย้ายและประกอบได้สะดวก โดยปรับปรุงแบบและประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้ร่วมกับระบบประปาหมู่บ้าน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงไม่สูงมากนัก ทำให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย นำไปสู่การรวมกลุ่มชุมชนในการลงทุนเอง นอกจากนี้คณะผู้วิจัยได้วางแผนดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีและหลักการต่างๆ ในการบำรุงรักษาและการใช้งาน จนกระทั่งสามารถที่จะดูแลตนเองได้ หลังจากได้ทำ

ทางผู้วิจัยจึงได้หาแนวทางแก้ไขโดยดำเนินการวิจัยสิ่งประดิษฐ์ เตาไร้ควันในครัวเรือนที่มีประสิทธิภาพในการสันดาปไม้ฟืน จะทำให้ไม่มีควันไฟ ได้พลังงานความร้อนสูง และไม่รบกวนวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนปากะญอโดยเฉพาะเกี่ยวกับการถนอมอาหารที่มักจะวางบนแคร่เหนือกองไฟ และเตาเผาขยะทำน้ำร้อนในโรงเรียนที่จะต้องมีการจัดการจัดระบบในการแยกขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งได้ประดิษฐ์ระบบไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ นำมาใช้สำหรับชุมชนปากากะญอ บ้านหนองขาวกลาง

การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชนและครัวเรือน เป็นการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยีหลายประเภทมาใช้เพื่อสร้างความมั่นคงในปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น โซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เตาไร้ควันที่ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง เตาเผาขยะแห้งในโรงเรียน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก

ดังนั้นนอกจากจากการนำเทคโนโลยีมาสู่ชุมชน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง จึงมีความจำเป็นต้องมีการประเมินผลการใช้เทคโนโลยี ว่าประสบความสำเร็จเพียงใด พร้อมทั้งมีปัจจัยใดบ้างที่เป็นปัญหาในการดำเนินงาน การนำเทคโนโลยีมาใช้กับชุมชนอีกทั้งเพื่อนำผลการประเมินมากำหนด แนวทางการแก้ปัญหาในการพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนให้เข้มแข็ง และสามารถนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีได้ด้วยตัวเอง และมีความยั่งยืนภายใต้ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. พัฒนาสิ่งประดิษฐ์โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาในชุมชนและครัวเรือน
  2. ได้แนวทางการแก้ปัญหาในการพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนให้เข้มแข็ง