งานวิจัย : การพัฒนาคน ชุมชน และพื้นที่การค้าชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : อ.สิทธิพร ภู่นริศ
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/12/2007
วันสิ้นสุดโครงการ : 30/11/2008
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาและความสำคัญ

เนื่องจากคณะผู้ศึกษาได้ทำงานเกี่ยวกับปัญหาสถานะบุคคลของคนตามแนวชายแดน ดังนั้น จึงมีโอกาสได้สัมผัสกับการค้าขายตามแนวชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาทางด้านจังหวัดตราด ประเทศไทยกับเกาะกง ประเทศกัมพูชา หรือการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าด้านบริเวณอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม คณะผู้ศึกษาเริ่มเห็นความสำคัญของการค้าชายแดนและได้เข้ามาศึกษาอย่างจริงจังในโครงการวิจัยเรื่อง “ศักยภาพและอุปสรรคการค้าชายแดน: จังหวัดแม่ฮ่องสอน” ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนนุการวิจัย (สกว.)

จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนดังกล่าว ทำให้เห็นว่าการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเกษตรและการท่องเที่ยว และโดยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเองมีศักยภาพด้านการค้าชายแดนหลายๆประการ ไม่ว่าจะเป็นการที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพรมแดนติดต่อกับประเทศพม่า ทั้งทางบกและทางน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 326 กิโลเมตร การย้ายเมืองหลวงของประเทศพม่าจากเมืองย่างกุ้งมาเป็นเมืองเปงมะนาซึ่งมีระยะทางห่างจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพียง 210 กิโลเมตร การมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม หัตถกรรมอันมีค่าตั้งอยู่ในระหว่างชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับประเทศพม่า เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลต่อศักยภาพด้านการค้าชายแดนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีอยู่แล้วทั้งสิ้นถ้าหากมีการจัดระบบบริหารจัดการที่ดี

ดังนั้น ณ ห้วงเวลาปัจจุบันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะได้นำศักยภาพเหล่านี้มาใช้ในการพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการค้าชายแดนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อันนำมาซึ่งความเจริญทางด้านเศรษฐกิจแก่จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงและพัฒนาช่องทางการค้าต่างๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรองรับการค้าชายแดนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และรองรับการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรต่อไป รวมทั้งการประสานความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับประเทศพม่า

อย่างไรก็ดี การปรับปรุงและพัฒนาช่องทางการค้าต่างๆดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาถึงสภาพความเหมาะสมของ “คน” “ชุมชน” “ทรัพยากรธรรมชาติ” “ศิลปวัฒนธรรม” ต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้าหรืออยู่ในบริเวณที่ตั้งของช่องทางการค้า อันเปรียบเสมือนฐานรากที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจการค้าชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้แม้ว่า ”คน” และ ”ชุมชน”เหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้าชายแดน แต่ในขณะเดียวกัน ”คน” และ ”ชุมชน”เหล่านี้ก็ต้องแบกรับปัญหาและผลกระทบต่างๆจากความเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้าชายแดนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสังคม ปัญหายาเสพติด ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง เป็นต้น

ดังนั้น จังหวัดแม่ฮ่องสอนควรมีมาตรการรับรองปัญหาและผลกระทบต่างๆ จากความเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจการค้าชายแดนในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้า ทั้งนี้เพื่อเป็นเกราะป้องกัน ”คน” ”ชุมชน”ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวจากปัญหาที่เกิดขึ้น และป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวลุกลามเข้ามาในพื้นที่ด้านในของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ หากในอนาคตการเติบโตของระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้าชายแดนเกิดการชะงักงันหรือหยุดลงในที่สุดไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ก็เป็นไปได้มากที่จะมีผลกระทบต่อ ”คน” และ ”ชุมชน” ในพื้นที่นั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ ”คน” และ”ชุมชน” มีการพึ่งพิงระบบเศรษฐกิจการค้าชายแดนไม่ว่าจะเป็นกรณีของ“คน” ในชุมชนที่เป็นผู้ประกอบการค้าชายแดน หรือ “ชุมชน” นั้นเป็นย่านการค้าชายแดนในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้านั้นๆ

จากการศึกษาวิจัยในเบื้องต้นพบว่า โครงสร้างของผู้ประกอบการค้าชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น หากจะแยกออกเป็นประเภทแล้วก็สามารถที่จะแยกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ กล่าวคือ 1) ผู้ประกอบการค้าชายแดนโดยแท้ ซึ่งผู้ประกอบการค้าชายแดนกลุ่มนี้จะมีลักษณะทำการค้าขายแดนเพื่อการอุปโภคและบริโภคโดยตรง และ 2) ผู้ประกอบการค้าชายแดนในเชิงการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการค้าชายแดนในกลุ่มนี้นอกจากจะทำการค้าชายแดนเพื่ออุปโภคและบริโภคโดยตรงแล้ว ก็ยังทำการค้าชายแดนโดยการส่งต่อซึ่งสินค้าและ/หรือบริการไปยังพื้นที่ต่างๆทั้งในประเทศไทยและประเทศพม่าด้วย โดยผู้ประกอบการค้าชายแดนทั้งสองประเภทนี้จะอาศัยอยู่ทั้งในชุมชนและนอกชุมชนซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ที่มีช่องทางการค้าชายแดนอยู่

ดังนั้น จังหวัดแม่ฮ่องสอนควรมีมาตรการรับรองปัญหาและผลกระทบต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นจากการชะงักงันหรือการหยุดลงของระบบเศรษฐกิจการค้าชายแดนในพื้นที่ที่มีช่องทางการค้าชายแดน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ “คน” และ “ชุมชน” ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัดแม่ฮ่องสอนในอนาคตในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ทางคณะผู้ศึกษาจึงเห็นว่าหากทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะพัฒนาระบบเศรษฐกิจโดยอาศัยศักยภาพด้านการค้าชายแดนดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาพื้นที่ช่องทางการค้าแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีมาตรการรองรับการพัฒนา”คน” และ ”ชุมชน”ในพื้นที่ ทั้งในส่วนของการได้รับประโยชน์และในส่วนของการได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจของการค้าชายแดนดังกล่าวข้างต้น รวมไปถึงการมีมาตรการจัดการ “ทรัพยากรธรรมชาติ” และ“ศิลปวัฒนธรรม”ต่างๆในพื้นที่ที่ดี การพัฒนาระบบเศรษฐกิจการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็คงจะไม่สามารถนำมาซึ่งความเจริญทางเศรษฐกิจที่หยั่งยืนมาสู่ ”คน”และ”ชุมชน”ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้

ด้วยเหตุนี้ การศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ช่องทางการค้าชายแดนของจังหวัดเพื่อนำไปสู่การยกระดับจากจุดผ่อนปรนการค้าเป็นการเปิดจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต การศึกษาหามาตรการรองรับให้แก่”คน”และ ”ชุมชน” เพื่อที่จะให้คนและชุมชนเหล่านั้นสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยได้รับประโยชน์จากการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจของการค้าชายแดนและในขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากการชะงักงันหรือการหยุดตัวลงของระบบเศรษฐกิจการค้าชายแดนน้อยที่สุด รวมไปถึงการศึกษาเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมต่างๆที่มีอยู่ในระหว่างชายแดนของทั้งสองประเทศจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะการศึกษาดังกล่าวจะเป็นวัคซีนหรือภูมิคุ้มกันแก่”คน”และ”ชุมชน” รวมไปถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ของคนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศให้แนบแน่นยิ่งขึ้นด้วย

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อศึกษารูปแบบความเป็นไปได้ในการพัฒนาช่องทางการค้าชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากจุดผ่อนปรนการค้าเป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต
  2. เพื่อศึกษาผลกระทบด้านต่างๆที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ จากการเปิดด่านการค้าชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ”คน”และ”ชุมชน”ที่อยู่ในบริเวณด่านการค้าชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
  3. เพื่อศึกษาถึงโครงสร้างของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้าชายแดนที่เป็น”คน”ใน”ชุมชน”ที่มีด่านการค้าชายแดนตั้งอยู่ และผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเปิดด่านการค้าชายแดน รวมทั้งผลกระทบจากการชะงักงันหรือการปิดด่านการค้าชายแดน
  4. เพื่อศึกษาถึงนโยบายและมาตรการต่างๆของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในกรณีที่มีการปิดด่านการค้าชายแดนทั้งในกรณีที่ปิดด่านการค้าชายแดนแบบชั่วคราวและแบบถาวร ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใดๆก็ตาม
  5. เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านการค้าชายแดนที่สำคัญและจำเป็นให้กับชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน เช่น ผู้ประกอบการค้าชายแดน เป็นต้น
  6. เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยดังกล่าวให้กับชุมชนวิจัยการค้าชายแดน เช่น นักวิชาการ เป็นต้น
  7. เพื่อเสนอแผนพัฒนาช่องทางการค้าชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของจังหวัดแม่ฮ่องสอน