งานวิจัย : โครงการการพัฒนาระบบการจัดการเกษตรเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งรอบนอกอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : อ.บุญรอด มาลากรอง
วันเริ่มต้นโครงการ : 31/03/2007
วันสิ้นสุดโครงการ : 28/02/2009
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

พื้นที่ทำการเกษตรในเขตใกล้เทศบาลอำเภอเมืองปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนลดลงอย่างมากในปัจจุบันเนื่องเพราะขายให้นักธุรกิจทำรีสอร์ทและเกสต์เฮาท์ ชาวบ้านเปลี่ยนไปรับจ้างแรงงานในธุรกิจการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตการเกษตรที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตคนเมืองปายลดลง แต่ในขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวก็เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นผลทำให้ราคาสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารของอำเภอปายแพงขึ้น เพราะต้องนำเข้าจากเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ห่างไกลและเส้นทางคมนาคมไม่สะดวก

สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนที่ยากจนรอบนอกอำเภอปายโดยตรง ทำให้เกิดปัญหาการล่มสลายทางวัฒนธรรมและสังคม เช่น ยาเสพติด ขายบริการทางเพศ และเยาวชนละทิ้งวัฒนธรรมเดิมไปนิยมวัฒนธรรมเมืองใหญ่และชาวต่างชาติทั้งการแต่งกายและพฤติกรรม ทั้งนี้เกิดจากธุรกิจการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เป็นระบบและไร้ทิศทาง ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป เมืองปายจะมีปัญหาสังคมและความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและวิถีความเป็นอยู่จะรุนแรงยิ่งขึ้น จนในที่สุดจะส่งผลเสียต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวเมืองปายเอง นักท่องเที่ยวจะลดลงโดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวธรรมชาติ ซึ่งสภาพเลวร้ายนี้ยากต่อการฟื้นคืนให้เป็นดั่งเดิมได้เมื่อสูญหายไปแล้ว

จากผลการวิจัย “โครงการนำร่องระยะสั้นสำหรับพื้นที่สีเขียวในอำเภอปาย : การพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรยั่งยืนของอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ วิชาการ ผู้ประกอบธุรกิจและกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร” ได้สำรวจข้อมูลเชิงพื้นที่และระบบการผลิตทางการเกษตรของหมู่บ้านเป้าหมาย 14 หมู่บ้าน ดังแสดงในภาพ พบว่า หมู่บ้านเป้าหมายที่สำรวจทั้งหมดยังคงรักษาประเพณีวัฒนธรรมตามชาติพันธุ์ของตน มีเพียงแต่หมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองปายเช่น เวียงใต้ โป่งน้ำร้อน และเวียงเหนือ ที่มีปัญหาสังคมที่เปลี่ยนไป พื้นที่การเกษตรและแรงงานในครัวเรือนเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งจากผลการประชุมรายงานความก้าวหน้า ABC-UN เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 ได้รับข้อเสนอแนะว่า แนวคิดโครงการโดยมุ่งพัฒนาระบบการเกษตรของหมู่บ้านรอบนอกเมืองปายนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะต้านกระแสอำนาจเงิน หรือไม่มีประโยชน์ต่อพื้นที่เกษตรที่ส่วนใหญ่ถูกนักธุรกิจท่องเที่ยวซื้อไปแล้ว แต่ถ้าจะทำก็ควรเน้นเฉพาะกลุ่มชุมชนเข้มแข็งเพื่อให้อยู่รอดได้แบบตัดปะผุ ดีกว่ากระจายช่วยทั้งพื้นทที่อำเภอปาย

RDG51O0003

ภาพที่ 1 หมู่บ้านเป้าหมายรอบนอกอำเภอปายที่สำรวจ

ในโครงการนำร่องระยะสั้นฯอย่างไรก็ตามจากโครงการนำร่องระยะสั้นฯ ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชุมชนหมู่บ้านรอบอำเภอปายส่วนใหญ่ ยังหวงแหนพื้นที่ทำกินและต้องการพึ่งพาตนเองอย่างจริงจัง เพียงแต่ขาดการสนับสนุนที่ดีและต่อเนื่องจากส่วนราชการในพื้นที่ มีผู้นำชุมชนเข้มแข็ง ต้องการพึ่งตนเองก่อนในการแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนาหมู่บ้านตนเอง ต้องการให้ชุมชนของตนอยู่รอดได้ ในกระแสธุรกิจท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมืองใหญ่ โดยชุมชนยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีความเป็นอยู่ ไว้ได้ ดังจะเห็นว่ามีความตระหนักและเตรียมพร้อมปรับวิถีความเป็นอยู่ของตน โดยต้องการให้พัฒนาระบบการผลิตการเกษตรให้อยู่รอดเพื่อรักษาพื้นที่ทำกินของตน แต่สร้างรายได้โดยแปรรูปผลผลิตการเกษตรเป็นอาหารและเพิ่มมูลค่าขายให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเกษตรในหมู่บ้านตนเองโดยชุมชนเป็นคนจัดการ ได้แก่ กลุ่มทอผ้ากระเหรี่ยงบ้านแม่ปิง ชุมชนมูเซอบ้านห้วยหวาย ชุมชนจีนฮ่อบ้านสันติชล เครือข่ายเกษตรทางเลือกบ้านแม่นาเติง กลุ่มแม่บ้านเวียงใต้ และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสาลีบ้านเวียงเหนือ ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจรีสอร์ทที่เน้นนักท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนและสุขภาพด้วย

ซึ่งโครงการนี้ได้พัฒนากลไกการประสานความร่วมมือกันระหว่างเครือข่ายภาคีในพื้นที่ประกอบด้วย หน่วยราชการท้องถิ่น วิชาการ และกลุ่มชุมชน เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่หลากหลายในกิจกรรมการเกษตรแบบเชิงรุกไปพร้อมกัน ในหมู่บ้านเป้าหมายที่เข้มแข็ง โดยวางแผนงานเชิงรุกที่จะดำเนินการพร้อมกันทุกกิจกรรมมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน (ยุทธศาสตร์ ”ปืนลูกซอง”) กล่าวคือ มุ่งจะพัฒนาพื้นที่การเกษตรในหมู่บ้านดังกล่าวเป็นแหล่งอาหารของเมืองปาย มีการสร้างรายได้จากการเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตรและหัตถกรรมพื้นบ้านสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว ทั้งนี้คาดหวังว่าจะส่งผลให้กลุ่มชุมชนนั้นสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่รอดได้ตามวิถีความเป็นอยู่และประเพณีวัฒนธรรมของตน

กรอบแนวคิดและสมมุติฐานของโครงการ
แนวคิดการพัฒนาระบบการจัดการเกษตรในโครงการนี้ อาจให้คำนิยามสั้นๆ เป็นยุทธศาสตร์ “ปืนลูกซอง” กล่าวคือ จะดำเนินหลายกิจกรรมพร้อมกันในเชิงรุกที่มีเป้าหมายเดียวกันที่คาดหวังว่า จะสามารถผลักดันให้ถึงเป้าหมายการรักษาพื้นที่ทำกินของชุมชนรอบนอกอำเภอปาย เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารเมืองปายและ ทำให้ชุมชนเกษตรยากจนเข้มแข็งและอยู่ได้ท่ามกลางกระแสธุรกิจการท่องเที่ยว โดยจะดำเนินการ
1.เข้าประสานงานกับหน่วยงานของภาครัฐในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
2.เข้าถึงความต้องการของชุมชนเป้าหมาย เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมใจทำงาน
3.ปรับใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับวิถีความเป็นอยู่และประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อให้เกิด การยอมรับเทคโนโลยีนั้น
4.ดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ค่อยเป็นค่อยไป พอประมาณและมีเหตุผล
5.ชุมชนมีส่วนร่วมกิจกรรมตลอดโครงการตั้งแต่ตั้งโจทย์วิจัยจนถึงประเมินผลการทำงาน เพื่อสร้างความรู้ประสบการณ์ที่เป็นภูมิคุ้มกัน

โดยมุ่งเน้นดำเนินการเฉพาะกับกลุ่มชุมชนรอบนอกเมืองปายที่มีแนวคิด”รักษ์เมืองปาย” ที่มีพื้นที่ทำกินอยู่วงชั้นนอกเขตเทศบาล และพัฒนาระบบการผลิตทางเกษตรของตนเพื่อเข้าสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว รวมทั้งจะจัดระบบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเกษตรโดยกลุ่มชุมชนเป็นผู้จัดการเอง ไม่ใช่ให้นักธุรกิจภายนอกมาทำ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น “กิ่งไม้ไผ่ที่เล็กๆ หลายกิ่ง แต่เมื่อมัดรวมกันแล้วก็ยากที่จะหักได้ง่ายๆ”

สำหรับการคัดเลือกกลุ่มชุมชนในหมู่บ้านเป้าหมายในโครงการนั้น ได้พิจารณาจากผลการสำรวจของโครงการนำร่องระยะสั้น ฯ ตามหลักการ ดังนี้
1.กลุ่มชุมชนที่ร่วมโครงการ มีความคิดพึ่งพาตนเองก่อน
2.เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ตั้งใจและพร้อมจะทำงานจริง และผู้นำกลุ่มมีแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3.มีความคิดเริ่มต้นทำงานจากทรัพยากรที่ตนมีอยู่ ไม่รอเงินทุนหรือปัจจัยการผลิต
4.มีสิ่งที่ต้องการหรือโจทย์วิจัย ที่เป็นมติของชุมชน ใช้ทรัพยากรท้องถิ่น อยู่บนรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน และตรงตามหลักการสนับสนุนเงินทุนของ ABC-UN
5.สอดคล้องกับนโยบายของหน่วยราชการในพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกประสานงานต่อจากโครงการ

ส่วนรายละเอียดบทบาทการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ได้กำหนดไว้ดังนี้
คณะวิจัยในโครงการ มีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงที่สนับสนุน ผลักดัน กระตุ้นและให้คำปรึกษา เพื่อสร้างระบบการทำงานของกลุ่มชุมชน และเครือข่ายภาคี รวมทั้งพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยีให้เป็นที่ยอมรับของชุมชนและคุ้มค่าคุ้มทุน

กลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยีในโครงการ มีบทบาทให้ความรู้ทางวิชาการ ติดตาม ให้คำแนะนำปรึกษาในกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดไว้ในโครงการ รวมทั้งร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อพัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งจำเป็นต้องอบรมและติดตามงานที่ต่อเนื่องตลอดทั้งสองปีในโครงการจึงจะมีโอกาสประสบผลสำเร็จ

กลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยราชการในพื้นที่ มีบทบาทประสานงาน ให้ความสะดวกและแก้ไขปัญหาการทำงานโครงการในพื้นที่ รวมทั้งพัฒนาข้อมูลโครงการเพื่อใช้เป็นต้นแบบในพื้นที่อื่น และสนับสนุนกลุ่มชุมชนในกิจกรรมต่างๆอย่างยั่งยืน

ผู้นำและกลุ่มชุมชนในหมู่บ้านเป้าหมาย มีบทบาทเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจกรรมต่างๆ เป็นแหล่งเสนอความคิดความต้องการของหมู่บ้านเป้าหมาย ประสานงานและแก้ไขปัญหาการดำเนินงานกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่

กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ มีบทบาทให้การสนับสนุนการตลาดของผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากระบบการจัดการเกษตรของโครงการ รวมทั้งสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน

วัตถุประสงค์

1.พัฒนาระบบการจัดการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้จากผลผลิตเกษตรและหัตถกรรมพื้นบ้านของกลุ่มชุมชนที่เข้มแข็งและต้องการพึ่งพาตนเองตามวิถีประเพณีและวัฒนธรรมของตน
2.พัฒนารูปแบบการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาคีในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มเข็งและยั่งยืนของกลุ่มชุมชนในหมู่บ้านเป้าหมายของโครงการ