งานวิจัย : โครงการแหล่งการเรียนรู้ชุมชนรอบกว๊านพะเยา
นักวิจัย : ดร.ประกอบศิริ ภักดีพินิจ
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/09/2008
วันสิ้นสุดโครงการ : 31/08/2009
จังหวัด : พะเยา
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

พะเยาเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในแถบลานนาไทย เดิมมีชื่อว่า ภูกามยาว หรือพยาว มีอายุกว่า 900 ปี มีเนื้อที่ประมาณ 6,335 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงม่วน อำเภอดอกคำใต้ อำเภอปง และอำเภอแม่ใจ กิ่งอำเภอภูซาง กิ่งอำเภอภูกามยาว จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน กว๊านพะเยาก็เป็นอีกแหล่งกำเนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมชุมชน ครั้งหนึ่งบริเวณกว๊านพะเยาเป็นลุ่มน้ำของแม่น้ำอิง มีหนองน้ำขนาดน้อยใหญ่หลายแห่ง มีเส้นทางน้ำหลายสายเชื่อมติดต่อถึงกัน มีน้ำมากเฉพาะฤดูฝน พอถึงฤดูแล้งจะมีสภาพเป็นบึงขนาดย่อมๆ ระหว่างปี พ.ศ.2482 – 2484 กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สร้างทำนบและประตูน้ำขวางกั้นแม่น้ำอิงบริเวณที่ไหลออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อระดับน้ำในกว๊านถูกควบคุมโดยปิด – เปิดประตูน้ำ จึงทำให้หนองน้ำธรรมชาติกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และระดับน้ำค่อยๆ สูงขึ้น กว๊านพะเยานอกจากจะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าต่อวิถีชีวิตของชาวพะเยาแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของศิลปหัตถกรรมที่เกิดจากฝีมือของชุมชนรอบกว๊านที่อาศัยทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่รอบๆ กว๊าน มาสร้างงานฝีมือต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าและงานศิลปะประจำท้องถิ่นของพะเยาจนเป็นที่รู้จักทั่วไป อาทิเช่น การตีมีด การทำครกหิน พระพุทธรูปหินทราย การสานผักตบชวา เป็นต้น

จากที่กล่าวมาข้างต้น ชุมชนรอบกว๊านพะเยาจึงเป็นชุมชนอีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่เก่าแก่ มีความแตกต่างและหลากหลายทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศาสนสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ตลอดจนวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตของชุมชนต่างๆ ทั้งพิธีกรรม ศิลปะ ดนตรี เพลงพื้นบ้าน หรือหัตถกรรมพื้นบ้าน รวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในกว๊านพะเยาและรอบกว๊านพะเยา ทั้งหมดนี้เป็นทรัพยากรทางการเรียนรู้ที่มีค่า โดยในปัจจุบันได้มีผู้ศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่องราวของชุมชนรอบกว๊านพะเยาไว้อย่างมากมาย แต่ความรู้เหล่านี้อยู่กระจัดกระจายตามสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชนต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) กรมประมง เป็นต้น โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลในฐานข้อมูลเฉพาะเรื่องกว๊านพะเยาและชุมชนรอบกว๊านพะเยาจะทำให้ทราบว่ามีใครศึกษาเรื่องอะไรไว้บ้าง แล้วจะนำสู่การนำงานที่ได้ศึกษามาแล้วไปพัฒนางานในด้านต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันการหาข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับกว๊านพะเยาและชุมชนรอบกว๊านพะเยาในแต่ละครั้งต้องเดินทางไปสืบค้นข้อมูลในแหล่งอื่นนอกจังหวัดพะเยา จึงต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการหาข้อมูล รวมถึงผู้ที่ต้องการข้อมูลของกว๊านพะเยาและชุมชนรอบกว๊านพะเยาจะได้สืบค้นได้ในแหล่งเดียว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นการประหยัดเวลาในการศึกษาครั้งใหม่และการนำข้อมูลความรู้เดิมที่มีผู้ศึกษาไว้แล้วมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด คณะผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการรวบรวมและวิเคราะห์องค์ความรู้ของกว๊านพะเยาและชุมชนรอบกว๊านพะเยาเพื่อให้เป็นแหล่งอ้างอิงและแหล่งสืบค้นข้อมูลของกว๊านพะเยารวมเป็นจุดเดียว ทำให้เกิดการประหยัดเวลาในการสืบหาข้อมูลความรู้ เกิดการแบ่งปันข้อมูล การหาข้อมูลไม่ซ้ำซ้อน และสามารถจัดเก็บให้อยู่ในรูปแบบที่สืบค้นได้ง่ายและสามารถนำไปพัฒนางานในด้านต่าง ๆ ของชุมชนรอบกว๊านพะเยาได้ รวมไปถึงการนำข้อมูลความรู้ที่รวบรวมได้ผนวกกับข้อมูลความรู้ของชุมชนต้นแบบ สร้างเป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญา องค์ความรู้ต่าง ๆ ของชุมชนรอบกว๊านพะเยา ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนได้

ในการวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้เลือกชุมชนบ้านร่องไฮ ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาไปสู่แหล่งการเรียนรู้ของชุมชนรอบกว๊านพะเยา เนื่องจากว่าชุมชนบ้านร่องไฮมีทรัพยากรของชุมชนที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนรอบกว๊านพะเยาได้ ทั้งในด้าน โบราณสถาน ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ โดยชุมชนบ้านร่องไฮมีพื้นที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ติดกับกว๊านพะเยา มีซากของกลุ่มวัดร้างในสมัยที่เมืองภูกามยาวเจริญรุ่งเรือง มีช่วงอายุราว 900 ปี อยู่ในห้วงเวลาเดียวกันกับวัดร้างติโลกอารามและโบราณสถานอื่น ๆ ที่อยู่ในกว๊านพะเยา สืบทอดเป็นแนวเข้าไปในกว๊านพะเยาโดยคนในชุมชนเรียกบริเวณนี้ว่า สันธาตุ ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านได้อาศัยเป็นเส้นทางคมนาคมจากฝั่งตะวันตกไปตะวันออก กลุ่มโบราณสถานดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยวัชพืชและไม้ยืนต้น ประวัติการขุดค้นโบราณสถานบ้านร่องไฮ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใสร่วมกับกรมศิลปากรและประชาชนในเขตบ้านแม่ใส ทำการสำรวจกลุ่มโบราณสถานร่วมกัน จนพบว่ามีเนินโบราณสถานจำนวน 12 รายการ ตลอดจนโบราณวัตถุทั้งเสาดอกบัว ฐานเสาพระพุทธรูป ช้าง สถูป ที่ทำจากหินทราย และภาชนะดินเผาจากเตาเผาในท้องถิ่น จนในที่สุดได้มีการอนุมัติโครงการขุดแต่งโบราณสถานบ้านร่องไฮ แม้ว่าภายหลังการขุดแต่งโบราณสถานและจัดสร้างอาคารถาวรเพื่อเผยแพร่นิทรรศการเกี่ยวกับโบราณสถานกลุ่มบ้านร่องไฮ แต่ในปัจจุบันอยู่ในสภาพที่ถูกทิ้งรกร้างว่างเปล่าเนื่องจากขาดผู้ดูแลและงบประมาณในการบำรุงรักษา

จากอาชีพและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนร่องไฮที่มีความหลากหลายจึงทำให้มีการเข้ามาศึกษาดูงานในชุมชนอยู่บ้าง โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในกลุ่มของสถานศึกษาที่ได้พานักเรียน นิสิต นักศึกษาเข้ามาทัศนศึกษาในชุมชน และมีกลุ่มของนักท่องเที่ยวบ้างบางส่วน จากสถานการณ์ดังกล่าวทางจังหวัดพะเยาจึงได้ส่งเสริมให้บ้านร่องไฮเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชุมชนบ้านร่องไฮจึงได้พัฒนาชุมชนให้มีที่พักในรูปแบบ Home stay ไว้ให้บริการกับกลุ่มของนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจอื่น ๆ แต่ในปัจจุบันการเข้ามาท่องเที่ยวและพักในชุมชนบ้านร่องไฮยังไม่ได้รับความนิยม การเข้ามาเยี่ยมเยือนในชุมชนบ้านร่องไฮนั้นยังคงเป็นไปในรูปแบบของการเข้ามาศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาในแต่ละด้าน อาทิ การตีมีด การประมงพื้นบ้าน และการศึกษาโบราณสถาน ที่มาในรูปแบบของการทัศนศึกษาหรือศึกษาดูงานเป็นส่วนใหญ่ การเข้ามาเรียนรู้ในชุมชนบ้านร่องไฮในปัจจุบัน จะมีตัวแทนของชุมชนเป็นผู้ต้อนรับและพาเดินศึกษาในชุมชน โดยการนำชมในชุมชนนั้นตัวแทนชุมชนจะเป็นผู้นำชมและอธิบายเรื่องราว ความรู้ต่าง ๆ และนำไปยังแหล่งความรู้นั้น ๆ เช่น เตาตีมีด บ้านผู้ประกอบอาชีพประมง โบราณสถาน เมื่อเข้าไปในแหล่งความรู้นั้น ๆ แล้ว ผู้เป็นเจ้าของความรู้จะเป็นผู้สาธิตหรือนำอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพออกมาให้ชมและตอบคำถามในประเด็นที่มีผู้สนใจ โดยมีผู้นำชมเป็นผู้อธิบาย จากลักษณะการนำชมแบบนี้ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคขึ้นในการดำเนินงานของชุมชน คือ ในปัจจุบันผู้นำชมของชุมชนมีเพียงคนเดียว หากมีผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมชุมต้องมีการติดต่อล่วงหน้า เนื่องจากผู้นำชมมีภารกิจในการทำอาชีพของตนเอง ตลอดจนตัวผู้นำชมก็ไม่สามารถเข้าใจและอธิบายรายละเอียดของอาชีพหรือวิถีชีวิตต่าง ๆ ได้อย่างท่องแท้ทั้งหมด การนำเสนอยังขาดขั้นตอนหรือกระบวนการสำคัญในการทำงาน ไม่สามารถเล่าเรื่องหรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่มีความน่าสนใจและสามารถตรึงผู้ฟังให้ติดตามได้ ส่วนเจ้าของอาชีพหรือเจ้าของความรู้นั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้ที่สาธิตกิจกรรมให้ชม เช่น วิธีการตีมีด หรือนำอุปกรณ์ในการทำงานออกมาแสดง เช่น อวน แน่ง ข้อง จ๋ำ เป็นต้น เนื่องจากผู้ที่เป็นเจ้าของความรู้ยังขาดทักษะในการสื่อความหมาย การให้ความรู้ ขาดความเชื่อมั่นในการให้ความรู้ และไม่สามารถดึงเอาความรู้ที่ตนเองมีออกมาถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้ นอกจากนี้แล้วในชุมชนยังไม่มีป้ายสื่อความหมายทั้งในด้านของป้ายบอกทาง และป้ายให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งความรู้ จึงทำให้กลุ่มของผู้ที่เดินทางเข้ามาในชุมชนโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าส่วนมากมักจะประสบปัญหาในการสื่อความหมาย เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนโดยทั่วไปยังไม่สามารถให้คำแนะนำหรือให้ข้อมูลความรู้ได้ จึงส่งผลให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชุมชนไม่สามารถซึมซับความรู้ วิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่

จากสถานการณ์ข้างต้นประกอบกับอาชีพเหล่านี้กำลังจะถูกละเลย และมีโอกาสว่าจะขาดผู้สืบทอดในคนรุ่นต่อไป เนื่องจากคนในรุ่นปัจจุบันนิยมการทำงานรับราชการ บริษัท ห้าง ร้านต่างๆ มากกว่า คณะผู้วิจัยและชาวชุมชนบ้านร่องไฮจึงได้เล็งเห็นความสำคัญว่า ควรมีการอนุรักษ์อาชีพและวิถีชีวิตเหล่านี้เอาไว้ และพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และภูมิปัญญาในด้านต่าง ๆ ให้ทั้งคนในชุมชนและคนนอกชุมชนได้เรียนรู้ รวมถึงมีการส่งเสริมให้ทุกคนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ของชุมชน หรือความรู้ที่ตนเองมีถ่ายทอดให้ผู้อื่นรู้ได้ หรือสามารถมีคนที่ทำหน้าที่แทนกันได้ และวิธีการนี้เองที่จะทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาและองค์ความรู้ต่าง ๆ ของชุมชน นำไปสู่การอนุรักษ์ สงวนรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างคนต่างวัฒนธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเป็นชุมชนนำร่องให้กับชุมชนอื่น ๆ ในการพัฒนาตนเองโดยใช้กระบวนการวิจัยเข้าไปเป็นเครื่องมือ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลความรู้ของกว๊านพะเยาและชุมชนรอบกว๊านพะเยา
  2. เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการจัดการองค์ความรู้ของกว๊านพะเยาและชุมชนรอบกว๊านพะเยา โดยเชื่อมโยงกับสำนักงานจังหวัดพะเยา เพื่อที่สามารถเผยแพร่ให้เป็นแหล่งความรู้ที่สามารถอ้างอิงและสืบค้นได้
  3. เพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งการเรียนรู้ของพื้นที่ต้นแบบ ชุมชนบ้านร่องไฮ ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม รวมถึงวิถีความเป็นอยู่