งานวิจัย : โครงการการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกิน แผนพัฒนาชุมชน และการจัดการทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : ผศ.ดร.ถาวร อ่อนประไพ
วันเริ่มต้นโครงการ : 15/11/2008
วันสิ้นสุดโครงการ : 14/11/2009
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

ในปัจจุบัน จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินทำกินและกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความขัดแย้งตลอดมาระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น หน่วยป้องกันรักษาป่าของกรมป่าไม้ หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากประเด็นเรื่องสิทธิที่ดินทำกินมีสาเหตุมาจากการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่มีปัญหาทางด้านการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ที่มีโอกาสถูกบุกรุกจากราษฎรเพื่อแผ้วถางพื้นที่ทำกินเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันราษฎรที่มีพื้นที่ทำกินในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติก็ขาดความมั่นใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากตระหนักดีว่าเสมือนกำลังกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ซึ่งอาจถูกจับกุมดำเนินคดีหรือถูกย้ายออกจากพื้นที่ทำกินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทุกขณะ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจและสร้างความขัดแย้งระหว่างกันเรื่อยมา

ที่ผ่านมา ได้มีความพยายามจากหลายฝ่ายเพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือและการเจรจาร่วมกันในประเด็นเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ตั้งแต่ระดับนโยบายและผู้บริหาร เช่น กรรมาธิการที่ดินของรัฐบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จนถึงผู้นำระดับท้องถิ่นและชุมชน เช่น ผู้นำเครือข่ายลุ่มน้ำ เครือข่ายวิจัยท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) ในหลายแห่ง โดยได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการอย่างเต็มที่จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) ผ่านทางเครือข่ายระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (ครส) และเครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่ – ภาคเหนือตอนบน (ABC-UN) และคณะผู้วิจัยจากทั้งศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลำปาง โดยให้การสนับสนุนงานวิจัยในหลายโครงการที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจให้กับชุมชนและสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนเรื่องเทคนิคและวิธีการสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่แสดงตำแหน่งขอบเขตแปลงที่ดินและข้อมูลครัวเรือนให้กับชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลในหลายแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยในขณะนี้ การแก้ไขปัญหาในประเด็นเรื่องสิทธิที่ดินทำกินของจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้กำลังขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้นจากภาคประชาชนเองโดยเฉพาะการจัดทำหลักฐานในรูปแบบระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่รวมถึงความพยายามเพื่อแสดงตำแหน่งและขอบเขตที่ดินทำกินที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ ความสำเร็จเรื่องสิทธิที่ดินทำกินจะเกิดขึ้นได้ต้องขึ้นอยู่กับความชัดเจนด้านนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายส่วน เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรรมาธิการที่ดินของรัฐบาล ได้กำลังพยายามร่วมกันระดมความคิดเห็นและหาทางออกให้กับประเด็นปัญหาดังกล่าวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ในการแสดงตำแหน่งและขอบเขตแปลงที่ดินเพื่อสนับสนุนเฉพาะการขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกินให้แก่ภาคประชาชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่มีเหตุผลพอเพียงต่อความชัดเจนด้านนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่ทำกินที่มีปัญหาส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ประเด็นการใช้ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงควรต้องมีมุมมองทั้ง 2 มิติ กล่าวคือ ในภาคประชาชน ชุมชนสามารถใช้ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับที่ดินทำกินของตนเอง รวมถึงการใช้เป็นหลักฐานและการแสดงความจริงใจที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวกับหน่วยงานภาครัฐ ส่วนในภาคราชการ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรสามารถใช้ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยผสมผสานกับการศึกษาหาแนวทางในการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งหากการดำเนินงานในทั้งภาคประชาชนและภาครัฐสามารถกระทำได้อย่างควบคู่กันไปบนพื้นฐานของการประนีประนอม การมีส่วนร่วมของชุมชน และความเข้าใจซึ่งกันและกันแล้ว ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถจัดการแก้ไขในเบื้องต้นด้วยชุมชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเอง

ในการนี้ โครงการวิจัย “การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน แผนพัฒนาชุมชน และการจัดการทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน” จึงจะได้ทำการพัฒนาฐานข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อแสดงตำแหน่งที่อยู่อาศัยและขอบเขตแปลงที่ดินทำกิน ตลอดจนทำการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจ-สังคมของชุมชน (ที่เข้าร่วมโครงการฯ) ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geo-informatics technology) ซึ่งประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลจากระยะไกล (Remote Sensing) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) และระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) ให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และอยู่ในมาตรฐานข้อมูลเดียวกัน โดยสามารถเรียกดูและสืบค้นข้อมูลในเบื้องต้นได้ด้วยโปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งจะใช้วิธีการสนับสนุนทางด้านวิชาการผ่านกระบวนการฝึกอบรมเทคนิคการสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่ในเบื้องต้นและข้อมูลครัวเรือน (เศรษฐกิจ – สังคม) ให้กับบุคลากรของแต่ละชุมชนเพื่อให้สามารถดำเนินการสร้างและเก็บรวบรวมข้อมูลในเบื้องต้นได้ด้วยชุมชนเอง จากนั้น โครงการวิจัยฯ จะได้ทำการสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในเชิงตำแหน่งและความเป็นจริงของข้อมูลที่ดินทำกินร่วมกับตัวแทนชุมชนและหน่วยงานป่าไม้ และทำการพัฒนาฐานข้อมูลตำแหน่งที่อยู่อาศัย ขอบเขตแปลงที่ดินทำกินในเชิงพื้นที่ และข้อมูลเศรษฐกิจ-สังคมในพื้นที่ ให้อยู่ในโปรแกรมฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ เพื่อให้ชุมชนสามารถนำฐานข้อมูลที่ถูกพัฒนาขึ้นไปใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชุนและการจัดการทรัพยากรของแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเรื่องนโยบายการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกินของจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ต่อไป ในขณะเดียวกัน ภาคราชการโดยเฉพาะหน่วยงานป่าไม้จะสามารถนำฐานข้อมูลและโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการวางแผน การจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ร่วมกับการศึกษาแนวทางในการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาและวิเคราะห์หาแนวทาง ขั้นตอน กลไก และกระบวนการในการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ของแต่ละท้องถิ่น บนพื้นฐานของการประนีประนอมระหว่างกฏหมาย ข้อบังคับ และมติครม. ทางด้านป่าไม้ ร่วมกับระบบฐานข้อมูลที่ดินทำกินเชิงพื้นที่ ด้วยวิธีการมีส่วนร่วมของชุมชนและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาควิชาการ
  2. สำรวจและพัฒนาฐานข้อมูลตำแหน่งที่อยู่อาศัย ขอบเขตแปลงที่ดินทำกินในเชิงพื้นที่ และข้อมูลเกษตรกรในเบื้องต้นด้วยตัวชุมชนเองในพื้นที่ทุกตำบล (ที่เข้าร่วมโครงการฯ) ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้มีความถูกต้องน่าเชื่อถือและอยู่ในมาตรฐานข้อมูลเดียวกัน และสามารถเรียกดูและสืบค้นข้อมูลในเบื้องต้นได้ด้วยโปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) โดยใช้วิธีการฝึกอบรมและสนับสนุนทางด้านวิชาการและเทคนิคให้กับชุมชน
  3. สำรวจและพัฒนาโปรแกรมฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชน ที่สามารถจัดเก็บ แสดงผล และสืบค้นฐานข้อมูลตำแหน่งที่อยู่อาศัย ขอบเขตแปลงที่ดินทำกินในเชิงพื้นที่ ข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น และข้อมูลเศรษฐกิจ-สังคมในพื้นที่ทุกตำบล (ที่เข้าร่วมโครงการฯ) ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนเพื่อการวางแผนแก้ไขปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และวางแนวทางการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกินของจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป