งานวิจัย : โครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระบบเกษตรผสมผสาน เพื่อลดความเสื่ยงของการปลูกข้าวโพดบนพื้นที่ลาดชันของจังหวัดน่านและจังหวัดพะเยา
นักวิจัย : ผศ.ดร.บุญเทียม เลิศศุภวิทย์นภา
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/10/2009
วันสิ้นสุดโครงการ : 30/09/2010
จังหวัด : น่าน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

เขตภาคเหนือตอนบนมีพื้นที่เป็นภูเขาสูงและลาดชันเกษตรกรทำการเกษตรโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ดังนั้นจึงเลือกปลูกข้าวโพดเพราะปลูกง่ายและมีราคาสูง มีผลให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูกกันมาก จังหวัดน่านที่มีพื้นการเกษตรประมาณ 7 แสนไร่ พบว่าในปี พ.ศ. 2549 มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 310,367 ไร่หรือ ร้อยละ 45 ของพื้นที่การเกษตร แต่ได้ขยายเพิ่มเป็น 4 แสนไร่ในปี พ.ศ. 2550 โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เช่นเดียวกับจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปง ทั้งนี้เนื่องเพราะเกษตรกรมีพื้นที่การเพาะปลูกต่อครัวเรือนไม่มาก ปลูกข้าวไม่พอกิน จึงอาศัยการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ป่าเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับมีการกระจายตัวของน้ำฝนสั้น จึงเลือกปลูกข้าวโพดไร่เป็นหลัก

จังหวัดน่านมีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้นทุกอำเภอหากแต่ผลผลิตข้าวโพดต่อไร่ลดลงทุกพื้นที่เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพดเป็นเวลานานและมีความลาดชันมากส่งผลให้เกิดการพังทลายและชะล้างธาตุอาหารสูญหายไปจากหน้าดินทำให้เกษตรกรต้องลงทุนสูงขึ้นและไม่คุ้มทุนจึงเป็นเหตุให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด โดยเฉพาะในอำเภอนาน้อยให้ความสนใจทางเลือกการเกษตรที่สร้างรายได้ใหม่ เช่น การปลูกยางพารา ปลูกไม้โตเร็วเช่น ตะกูยักษ์ เป็นต้น

ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ร่วมกับสำนับงานเกษตรอำเภอนาน้อย ได้จัดประชุมร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และอำเภอปง จังหวัดพะเยา สรุปได้ว่าเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดในที่ลาดชัน ก็มีการทำเกษตรผสมผสานที่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยมีกิจกรรมปลูกข้าวในนาเพื่อบริโภค และปลูกพืชหลังนาเป็นรายได้เช่น ถั่วเหลือง และพืชผัก ส่วนสภาพพื้นที่ไร่หรือที่ดอนจะปลูกยางพารา (พื้นที่ปลูกที่กรีดยางได้แล้วและปลูกใหม่) สับปะรด(ฟักทอง)รวมทั้งการปลูกข้าวโพดเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ส่วนสภาพที่สูงมีการปลูกยางพาราร่วมกับข้าวไร่

สำหรับในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นระบบเกษตรผสมผสานร่วมกันพืช (ข้าวโพด)และสัตว์ รวมทั้งการปลูกผักปลอดสารพิษในพื้นที่นาเพียง 2 ไร่ต่อครัวเรือน ดังนั้นจึงต้องการเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวโดยจัดการระบบการเกษตรในรูปแบบใหม่ที่สามารถเพิ่มความมั่นคงให้กับครัวเรือนได้

สาวิตรและพิชัย (2551) ได้ประเมินทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อทดแทนการปลูกข้าวโพดในที่ลาดชัน ของจังหวัดน่าน สรุปว่า เกษตรกรในอำเภอเวียงสา นาน้อย สันติสุข และปัว สนใจทางเลือกใหม่ ในการทำระบบเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ดีกลุ่มเกษตรกรดังกล่าวไม่มั่นใจว่าการทำเกษตรผสมผสานนั้นจะสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ดีกว่าข้าวโพด นอกจากนี้ในเงื่อนไขเฉพาะกิจกรรมปลูกพืชในพื้นที่ลาดชันทดแทนข้าวโพดนั้น จำเป็นต้องพิจารณาวิธีการลด/ป้องกันการชะล้างพังทลายหน้าดินที่เหมาะสม รวมทั้งต้นทุน ราคาและตลาด ความยากง่ายของการผลิตด้วย ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจและการยอมรับของเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย จึงจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบเกษตรผสมผสานที่มีอยู่เดิม โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของกิจกรรมต่างๆ ภายในระบบในเชิงประจักษ์ ในพื้นที่ โดยให้เครือข่ายในพื้นที่มีส่วนร่วม เลือกรูปแบบระบบเกษตรผสมผสานที่มีอยู่ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของระบบ ทั้งนี้จะดำเนินการในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และอำเภอปง จังหวัดพะเยา ตลอดจนสำรวจข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวเกี่ยวกับเงื่อนไขของปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกรูปแบบเกษตรผสมผสานที่เหมาะสม ได้แก่ ด้านกายภาพของพื้นที่ ภูมิอากาศ วิถีปฏิบัติและการยอมรับของเกษตรกร ข้อมูลทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกกิจกรรมการเกษตร ซึ่งจะใช้เป็นฐานข้อมูลพัฒนาโปรแกรมผู้เชี่ยวชาญ (expert system) เพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. สำรวจระบบเกษตรที่มีอยู่เดิมและปัจจัยการผลิตที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาระบบเกษตรและ/หรือระบบเกษตรผสมผสานที่มีไม้ยืนต้น เพื่อความยั่งยืนและช่วยลดการชะล้างพังทลายในพื้นที่ลาดชัน

2. วิเคราะห์และคัดเลือกรูปแบบระบบเกษตรผสมผสานที่เหมาะสมในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่านและอำเภอปง จังหวัดพะเยา โดยให้เครือข่ายในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

3. พัฒนาระบบเกษตรผสมผสานที่ผ่านคัดเลือก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการผลิตของกิจกรรมต่างๆ ในระบบตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และเกษตรกรให้การยอมรับในการทดแทนข้าวโพดในพื้นที่ลาดชัน