งานวิจัย : โครงการ การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : ผศ.เสริมสุข บัวเจริญ
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/10/2009
วันสิ้นสุดโครงการ : 31/03/2010
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พลังงานถือว่าเป็น ปัจจัยสำคัญ และเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ระบบเศรษฐกิจของประเทศจะยั่งยืนได้นั้นต้องพัฒนาระบบพลังงานของประเทศให้ยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย แต่ความไม่ยั่งยืนของการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่เน้นแต่แนวทางการสร้างโครงการพลังงานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ หรือโรงไฟฟ้าที่ใช้ฟอสซิลได้แก่ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าระบบพลังงานจะสามารถตอบสนองความต้องการไฟฟ้าโดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานเป็นหลัก แต่แนวทางการพัฒนาเช่นนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับพื้นที่และในระดับโลกหลายประการ จากประสบการณ์จากทั้งในประเทศและของทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศไทยในปัจจุบันที่ยังเน้นการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นหลักหรือแม้แต่การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเองก็ก่อให้เกิดปัญหาสังคมหลายประการ และส่วนหนึ่งก็มาจากการพัฒนาที่ภาครัฐไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่เป็นหลัก เป็นการพัฒนาระบบพลังงานที่ไม่ยั่งยืน ดังนั้น การปฏิรูประบบพลังงานเพื่อพัฒนาระบบพลังงานที่ยั่งยืนที่เอื้อให้เกิดการพึ่งตนเองและเน้นการใช้พลังงานทางเลือกที่มีอยู่ในชุมชนโดยเป็นพลังงานทางเลือกประเภทพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดจึงเป็นทางออกที่สำคัญต่อปัญหาดังกล่าว

จากประสบการณ์ของหลายประเทศที่มีการพัฒนาพลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง ทิศทางของระบบพลังงานที่ยั่งยืนที่ประสบผลสำเร็จมีแนวทางดังต่อไปนี้ (อนุบุตร สง่าราศรี และคณะ, 2547 : 6) ประการแรกได้แก่ การใช้ทรัพยากรพอเพียง พลังงานหมุนเวียนที่อยู่บนฐานของการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น โดยคำนึงถึงศักยภาพของทรัพยากรในพื้นที่และความเหมาะสมของท้องถิ่นเป็นสำคัญ เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ประการที่สองคือ การไม่ผูกขาด รูปธรรมของการใช้พลังงานทางเลือกจะแตกต่างไปตามศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ การพัฒนาแหล่งผลิตพลังงานที่มีขนาดเล็ก ซึ่งชุมชนท้องถิ่นสามารถกำกับ ดูแลและควบคุมผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบได้ จะเป็นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์ และเป็นการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่นรวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้า และเป็นการลดการสูญเสียพลังงานในสายส่งเมื่อส่งไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลๆ ประการที่สามคือ การใช้ภูมิปัญญาพอเพียง ตระหนักถึงและสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้ในการจัดการพลังงาน เพื่อพัฒนาระบบพลังงานอย่างยั่งยืน และไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ประการที่สี่ คือการใช้อย่างพอเพียง ทางเลือกของระบบพลังงานไม่ได้มีเพียงการใช้พลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่การวางแผนพลังงานระดับท้องถิ่นและการจัดการกับการใช้พลังงาน นั่นคือการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สำคัญในการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนด้วย ประการที่ห้าคือการกระจายศูนย์ ระบบพลังงานที่กระจายศูนย์อำนาจ (Decentralized Energy System) โดยมีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ขั้นตอนการตัดสินใจ จนถึงการกำกับดูแลและตรวจสอบ และเคารพต่อสิทธิของประชาชนและชุมชน ทั้งในแง่ของผู้บริโภค เจ้าของทรัพยากร และผู้ที่ได้รับผลกระทบ และประการสุดท้ายคือ พอเพียงอย่างถ้วนหน้า สามารถรองรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับประชาชนในทุกระดับ มิใช่ระบบที่ต้องมีผู้เสียสละความมั่นคงในชีวิตของตนเพื่อให้กับผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งได้ใช้พลังงานอย่างล้นเกินไม่รู้จบ

แนวทางที่กล่าวมาในข้างต้นสอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างพอเพียง ทั่วถึง เป็นธรรม และคำนึงถึงความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างจิตสำนึกให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวพื้นฐานหลักในการพัฒนาพลังงานของประเทศ คำนึงถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานชุมชนที่เป็นการสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ให้ความสำคัญในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาพลังงาน ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมที่ให้สัตยาบันไว้กับมิตรประเทศ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพลังงานและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (กระทรวงพลังงาน, 2549) การสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเส้นทางสำคัญในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท และที่สำคัญก็คือการดำเนินการเช่นนั้น จะเป็นการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ให้เกิดขึ้นด้วย

อำเภอแม่สะเรียงเป็นอำเภอหนึ่งในหลายๆอำเภอ ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอแม่สะเรียง 760 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 90% เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและป่าทึบ ตั้งอยู่เส้นรุ้งที่ 17 องศา 38 ลิปดาเหนือ ถึง 08 องศาลิปดา และเส้นแวงที่ 97 องศา 22 ลิปดา ตะวันออกถึง 97 องศา 8 ลิปดา เนื้อที่รวมทั้งหมด 2,497.2 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,560,750 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18.9 ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาณาเขตติดต่อทิศเหนือติดต่อกับอำเภอแม่ลาน้อยจังหวัดแม่ฮ่องสอนทิศใต้ติดต่อกับอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ทิศตะวันตก ติดต่อกับ แม่น้ำสาละวิน, รัฐกอทูเล, รัฐคะยา ประเทศเมียนมาร์ ลักษณะภูมิประเทศของอำเภอแม่สะเรียง เป็นอำเภอชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเมียนมาร์ทางทิศตะวันตกตลอดแนว ระยะประมาณ 166 กิโลเมตร มีแม่น้ำสาละวิน กั้นชายแดน ระยะทาง 101 กิโลเมตร มีสันเขาขุนแม่สอง เสาหิน ดอยผาตั้งเป็นเส้นกันเขตแดนทางบก ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน และป่าทึบ ประมาณ 90% พื้นที่ทั้งหมด ที่เหลือ 10% เป็นที่ราบ ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตำบลแม่ยวม ตำบลบ้านกาศ และตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง มีแม่น้ำไหลผ่าน จำนวน 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำยวม แม่น้ำแม่สะเรียงและแม่น้ำสาละวิน ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่เกิดจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นจำนวนประชากร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคของชุมชน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ที่นำพานักท่องเที่ยวเข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง สิ่งที่ตามมาและหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆคือ ปัญหาความต้องการพลังงาน และผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความเกี่ยวโยงในบริบทที่จะต้องมีกระบวนการปฏิบัติที่จะนำไปสู่ การนำพลังงานทางเลือกจากธรรมชาติ มาประยุกต์ใช้งาน

นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชกฤษฎีกาประกาศพื้นที่ในเขต ต.เสาหิน และ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 546,875 ไร่ หรือ 875 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตด้านทิศเหนือติดต่อกับประเทศเมียร์ม่าร์ ในพื้นที่เขตรักษพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินมีเส้นทางบ้านท่าข้าม-เสาหิน ผ่านเข้ามาในพื้นที่เป็นระยะทางยาวประมาณ 40 กิโลเมตร (ความยาวตลอดสายตั้งแต่บ้านท่าข้าม อ.แม่สะเรียง จนถึงบ้านเสาหินประมาณ 95 กิโลเมตร) เป็นเส้นทางลำลองสายสำคัญที่สามารถใช้ได้ตามสภาพเฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น ปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประกาศให้เป็นเส้นทางเพื่อการค้าชายแดน โดยประกาศให้ช่องทางบ้านเสาหิน อำเภอแม่สะเรียงเป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดน ตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดเพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายรวมทั้งป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าปัญหาด้านต่างๆยังคงปรากฏอยู่ เช่นปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ ปัญหาบุคคลไร้สัญชาติ ปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่เหมาะสม และเกินความจำเป็น ปัญหาขยะ ปัญหาการใช้สารเคมี ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในการปฏิบัติงาน ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ควรศึกษาวิจัยระบุองค์ประกอบของปัญหาให้กระจ่างชัด เพื่อที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น รวมทั้งภาคประชาชนในพื้นที่ ใช้ผลการศึกษาวิจัยนี้เป็นฐานข้อมูลร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานของความมั่นคงของประเทศและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

จากผลงานวิจัยเรื่องการพัฒนาและประเมินเทคโนโลยีชุมชน:กรณีตัวอย่างบ้านหนองขาวกลาง ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่าเทคโนโลยีชุมชน เช่น เตาไร้ควัน เตาเผาขยะแห้ง สร้างพลังงาน และเครื่องกำเนิดฟ้าขนาดเล็ก เป็นการใช้พลังงานทางเลือกที่เกิดจากการมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างพอเพียงและเห็นคุณค่า เพื่อแก้ไขปัญหาและพึ่งพาตนเอง และพบว่างานพัฒนาส่วนใหญ่จะจะเกี่ยวข้องกับวิธีการแลกการดำเนินงานคือการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ และกระบวนการกลุ่ม ทำให้เห็นว่า เรื่องพลังงานไม่ใช่เป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่จริงแล้วในสังคมไทยมีภูมิปัญญาและประสบการณ์จำนวนมากที่ชาวบ้าน องค์กรประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน และสถาบันทางวิชาการได้ดำเนินการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาพลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบจนสามารถหาทางออกในการใช้พลังงานให้กับชุมชนของตนเองได้ และมีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเกิดเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกับองค์กรอื่นๆ (สุเทพ เหลี่ยมศิริเเจริญ, 2550)

คณะผู้วิจัยเห็นว่าการขยายผลงานวิจัยจากบ้านหนองขาวกลางสู่พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีโครงสร้างลักษณะภูมิประเทศ และทรัพยากรที่แตกต่างจากบ้านหนองขาวกลาง มี หน่วยทหาร ตำรวจ ป่าไม้ ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และ อบต. เสาหิน ที่มีพื้นที่แนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์เพื่อที่จะศึกษาวิจัยการพัฒนากลไกความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเป็นประโยชน์ในการนำเสนอแนวทาง การศึกษากระบวนการสร้างเครือข่าย พลังงานทางเลือก เพื่อความมั่นคง และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แบบมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับมวลมนุษยชาติต่อไป

วัตถุสงค์ของโครงการ

1. สร้างจิตสำนึกให้กับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ให้ตระหนักถึงและตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานทางเลือก

2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการใช้พลังงานทางเลือกที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

3. สร้างกระบวนการเรียนรู้ในการบริหารจัดการพลังงานทางเลือกแก่เครือข่าย

4. สร้างนวัตกรรมพลังงานทางเลือกให้สอดคล้องกับพื้นที่ภายใต้แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

5. เผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านพลังงานทางเลือกให้เครือข่ายเพื่อการขยายผลและประเมินผลการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการจัดการพลังงานทางเลือก

6. จัดทำแผนพัฒนาชุมชนหมู่บ้านต้นแบบ