งานวิจัย : โครงการ การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมกับทรัพยากรที่ดินสำหรับการเกษตรกรรมพื้นที่สูง
นักวิจัย : ผศ.ดร.ถาวร อ่อนประไพ
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/12/2010
วันสิ้นสุดโครงการ : 31/05/2011
จังหวัด : เชียงราย
เอกสารประกอบ :

ที่มาและความสำคัญของปัญหา

พื้นที่สูงในประเทศไทยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 67.22 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 53 ของพื้นที่ 20 จังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน แพร่ น่าน ลำปาง เป็นต้น ชุมชนบนที่สูงส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ประชากรประกอบด้วย ชาวเขาเผ่าต่างๆ 15 เผ่า มีจำนวนประชากร 1,203,149 คน (พ.ศ. 2545) อาศัยกระจัดกระจายอยู่ในหมู่บ้านทั้งหมด 4,192 หมู่บ้าน ใน 20 จังหวัด โดยส่วนใหญ่กระจายอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ 12 จังหวัด จำนวน 1,056,077 คน หรือร้อยละ 87.87 ของประชากรชาวเขาทั้งประเทศ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีชาวเขามากที่สุดจำนวน 322,709 คน (ร้อยละ 26.82) รองลงมาคือจังหวัดเชียงรายจำนวน 221,196 คน (ร้อยละ 18.38) และจังหวัดตากจำนวน 145,079 คน (ร้อยละ 12.06) (สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง, 2550)

ที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง พ.ศ. 2498-2512 รัฐให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง มองปัญหาชาวเขาในฐานะชนกลุ่มน้อย ซึ่งหน่วยงานหลักที่ดำเนินการ คือ ตำรวจตระเวนชายแดน และกรมประชาสงเคราะห์ และต่อมา พ.ศ. 2512-2534 เน้นการแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่น ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงเป็นหลัก ต่อมาจึงเน้นการพัฒนาในเชิงบูรณาการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสภาพปัญหาของพื้นที่สูงยังคงมีความสำคัญและต้องการการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปัญหาความยากจนของประชากร การใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการเกษตรกรรม ระบบการผลิตทางเกษตรที่เน้นเชิงพาณิชย์และใช้สารเคมีทางเกษตรเกินความจำเป็น พื้นที่ทำกินและทรัพยากรเสื่อมโทรม การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และความขัดแย้งเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

ในด้านการเกษตรกรรม ได้มีหน่วยงานที่ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการเกษตรรวมถึงการแก้ไขปัญหาบนพื้นที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง เช่น มูลนิธิโครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมประชาสงเคราะห์ เป็นต้น ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร (ศวพก.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้ร่วมกระบวนการพัฒนาการเกษตรบนที่สูงบนพร้อมกับหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของการพัฒนาการเกษตรที่สูง คือเสริมสร้างระบบการผลิตทางเกษตรที่สัมพันธ์กับความยั่งยืน ของสภาพแวดล้อม และสามารถสนับสนุนการดำรงชีพที่ หลากหลายของชุมชนที่สูง การยกระดับรายได้ของครัวเรือนเกษตรกรดีขึ้น ที่นำไปสู่การพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได ศวพก. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ การผลิตแบบผสมผสานบนฐานทรัพยากรที่มีอยู่ของครัวเรือน ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมต่อเนื่องที่ระดับกลุ่มที่จะสร้างพลังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการขยายในวงกว้างได้ (ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร, 2553)

ที่ผ่านมา การเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงได้ใช้ทรัพยากรที่ดินอย่างมากและเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้ จนทำให้ทรัพยากรเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของชุมชน เช่น ปัญหาการใช้ที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับสมรรถนะของที่ดิน การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมอย่างไม่ถูกหลักวิชาการ ขาดการบำรุงรักษาดิน การปล่อยให้ผิวดินปราศจากพืชปกคลุม ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นในดิน การเพาะปลูกที่ทำให้ดินเสีย การใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชเพื่อเร่งผลิตผล ส่งผลให้เกิดการเสื่อมคุณภาพและสารพิษตกค้างอยู่ในดิน และน้ำ และการบุกรุกเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าไม้บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง เป็นต้น (สันทัด, 2550)

พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านนาโต่ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเแม่สลองใน และตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วยชุมชนชาวเขาบนที่สูงจำนวน 11 หมู่บ้าน พื้นที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเมียนมาร์ (Myanmar) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,840 เมตร มีพื้นที่ราบลุ่มตามหุบเขาที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกเพียงเล็กน้อย ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบเชิงเดี่ยว ส่วนใหญ่ปลูกข้าวไร่และข้าวโพด มีการใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรแบบเข้มข้นและไม่เหมาะสม พื้นที่จึงมีปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ดินและผลผลิตตกต่ำ โดยหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะทำการเผาตอซังหรือซากผลผลิตที่เหลือใช้ ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและกายภาพของดิน ตลอดจนปริมาณธาตุอาหารในดิน ซึ่งมีผลการเจริญเติบโตของพืชในช่วงฤดูการเพาะปลูกต่อไป นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรแบบเข้มข้นและไม่เหมาะสมยังทำให้พื้นที่ประสบปัญหาสารพิษตกค้างในดินและมลพิษทางน้ำ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนในระยะยาวได้

ในการนี้ โครงการวิจัย “การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมกับทรัพยากรที่ดินสำหรับการเกษตรกรรมพื้นที่สูง” จะได้ทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรที่ดิน (ดิน น้ำ และป่าไม้) และต่อการเกษตรกรรม ตลอดจนวิเคราะห์กำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ ลักษณะทางกายภาพ และลักษณะทรัพยากรที่ดินของพื้นที่ศึกษาชุมชนบ้านนาโต่ รวมถึงศึกษาลักษณะทรัพยากรน้ำและการใช้น้ำในเบื้องต้น เพื่อประโยชน์ในการเกษตรกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยเฉพาะด้านปริมาณน้ำ ด้วยระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านกายภาพและด้านเศรษฐกิจ – สังคม (ครัวเรือน) โดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geo-informatics technology) ซึ่งประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลจากระยะไกล (Remote Sensing) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) และระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) ร่วมกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

วัตถุประสงค์

  1. พัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน (baseline data) ด้านกายภาพและเศรษฐกิจ-สังคม สำหรับใช้อธิบายสภาพพื้นที่ศึกษา เช่น ลักษณะลุ่มน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรที่ดิน (ดิน น้ำ และป่าไม้) ประชากร ครัวเรือน ลักษณะรายละเอียดในอาชีพทางการเกษตร และรายได้ เป็นต้น
  2. ศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรที่ดิน (ดิน น้ำ และป่าไม้) และต่อการเกษตรกรรม ตลอดจนวิเคราะห์กำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ ลักษณะทางกายภาพ และลักษณะทรัพยากรที่ดิน ของพื้นที่ศึกษา
  3. ศึกษาลักษณะทรัพยากรน้ำและการใช้น้ำในเบื้องต้น เพื่อประโยชน์ในการเกษตรกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยเฉพาะด้านปริมาณน้ำในปัจจุบัน
  4. ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ไขปัญหาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและเกษตรกรรม เช่น การใช้ประโยชน์จากดินและน้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพ การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อทำไร่เลื่อนลอย การใช้สารเคมีอย่างไม่เหมาะสมในพื้นที่การเกษตร และการจัดการระบบน้ำทางการเกษตรที่ไม่เป็นระบบ เป็นต้น