งานวิจัย : โครงการ การพัฒนาระบบการจัดการพืชผักปลอดสารพิษ ตำบลแม่นาเติง และตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : อ.จตุรงค์ พวงมณี
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/12/2010
วันสิ้นสุดโครงการ : 30/11/2011
จังหวัด : แม่ฮ่องสอน
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาและความสำคัญ

อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่ราบแอ่งกระทะล้อมรอบด้วยภูเขา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นทั้งหมด 2,244.7 ตารางกิโลเมตร (1.4 ล้านไร่) แบ่งการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 62 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมด 26,889 คน มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณร้อยละ 1.6 ของพื้นที่ทั้งหมด มีการปลูก ข้าว กระเทียม ข้าวโพด ถั่วเหลือง และมีการปลูกพืชผักเพื่อการบริโภคในครัวเรือนมากกว่าการจำหน่าย (ข้อมูลทั่วไปปาย, 2553) การปลูกพืชของเกษตรกรส่วนใหญ่ยังยึดติดกับการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวเป็นระบบการผลิตแบบใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะพืชผักมีจำนวนผลผลิตน้อย ประกอบกับอำเภอปาย เป็นเมืองท่องเที่ยวจัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของ 40 อันดับท่องเที่ยวทั่วไทย ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้ อำเภอปาย มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร รีสอร์ท โรงแรม สำหรับให้บริการกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลต่อความต้องการพืชอาหารเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะพืชผักชนิดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันพืชผักที่ปลูกในท้องถิ่นมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จำนวนผักที่ใช้บริโภคส่วนใหญ่ถูกนำมาจากแหล่งผลิตต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อบริโภคในท้องถิ่นทำให้เกิดการเสียโอกาสทางตลาด รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเคมีที่ปนเปื้อนในพืชอาหารสูง (ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน, 2553) ด้านสภาพพื้นที่ พบว่าอำเภอปาย เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีศักยภาพในการผลิตผัก เนื่องจากมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศที่เหมาะสม โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 20.7 องศาเซลเซียส (ข้อมูลทั่วไปปาย, 2553) เหมาะกับการปลูกพืชผักหลายชนิด ด้านการตลาดชุมชนก็มีความเป็นไปได้สูง ข้อมูลจากการสำรวจของบริษัทบิ๊กแมพไทยแลนด์ (2553) พบว่าอำเภอปาย มีที่พักประเภทรีสอร์ท เกสท์เฮาส์ บังกะโล ภัตตาคาร ร้านอาหาร สปา และสถานบันเทิงอื่นๆ รวมกว่า 120 แห่ง มีนักท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศมาท่องเที่ยวมากเฉลี่ยถึงประมาณ 7,000 คน/วัน ในระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธุของทุกปี นอกจากนี้ยังมีผู้บริโภคตามหน่วยงานที่คาดว่าน่าจะเป็นแหล่งรองรับผลผลิตที่สำคัญ ซึ่งเกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่าย เช่น โรงพยาบาลปาย ค่ายทหาร ร.7 พัน 5 ค่ายโสภณบัณฑิต โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ เป็นต้น ดังนั้นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีความรู้ด้านการผลิตและการตลาดพืชผักปลอดสารพิษ เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ทำให้เกิดแหล่งผลิตพืชผักปลอดสารพิษ สร้างงาน สร้างรายได้

จากการพบปะพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ ณ ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553 ทำให้ทราบถึงผลการตรวจสอบสารพิษในร่างกายของเกษตรกรกลุ่มแม่นาเติง จำนวน 41 ราย ซึ่งพบว่าเกษตรกร ร้อยละ 33 มีสารพิษตกค้างในเลือดในระดับไม่ปลอดภัย ร้อยละ 29 มีสารพิษตกค้างในเลือดระดับเสี่ยง ร้อยละ 22 มีสารพิษตกค้างในเลือดระดับปลอดภัย และ ร้อยละ 7 ไม่มีสารพิษตกค้างในเลือด (สถานีอนามัยตำบลแม่นาเติง, 2551) ผลการตรวจเลือดนี้ ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมีต่อสุขภาพของเกษตรกรที่อยู่ในระดับสูง และคาดว่าถ้าไม่มีการแก้ไข ปัญหาเหล่านี้จะขยายเพิ่มมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังพบว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรในตำบลทุ่งยาวจำนวนหนึ่งได้ผลิตผักในระบบปลอดภัยจากสารเคมี แต่ยังประสบปัญหาด้านเทคโนโลยีการผลิต ไม่สามารถผลิตผักได้สม่ำเสมอโดยเฉพาะการจัดการการผลิตในฤดูฝนและฤดูแล้ง ทำให้ไม่สามารถวางแผนด้านการตลาดได้เหมาะสม (ในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง เกษตรกรผลิตผักได้น้อยชนิดในปริมาณลดลง ส่วนฤดูหนาวเกษตรกรสามารถผลิตผักได้หลากหลายชนิดในปริมาณมาก ทำให้ผลผลิตขาดและเกินความต้องการในบางฤดู) ดังนั้นตัวแทนเกษตรกรจากทั้ง 2 ตำบล ร่วมกับนักวิชาการของศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร ได้ร่วมกันหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง ผลสรุปจากการประชุมในวันที่ 15 ตุลาคม 2553 มีเกษตรกรแสดงเจตนารมณ์ที่จะปรับเปลี่ยนระบบการผลิตเป็นแบบไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทันที โดยการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตผักปลอดสารพิษในตำบลทุ่งยาว และตำบลแม่นาเติง และผู้กระกอบการรีสอร์ท รวมจำนวนไม่น้อยกว่า16 ครัวเรือน โดยที่เกษตรกรต้องการการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการผลิตและการตลาด เพื่อสร้างแหล่งผลิตพืชอาหารปลอดภัยจำหน่ายหมุนเวียนในชุมชน ลดการนำเข้าผลผลิตพืชผักจากจังหวัดใกล้เคียง โดยที่ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตรจะได้สนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตผักปลอดสารพิษโดยวิธีการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสาน ส่วนการจัดการด้านการตลาด พบว่า การตลาดที่น่าสนใจรูปแบบหนึ่ง คือเน้นการเจาะตลาดร้านอาหารขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ และรีสอร์ทที่เปิดบริการที่พักและอาหารแก่นักท่องเที่ยวเพื่อรองรับผลผลิตที่มีมากในช่วงฤดูหนาว (สามารถทำการผลิตได้ดี) และเป็นฤดูกาลที่มีนักท่องเที่ยวมาก รวมทั้งการส่งเสริมให้เป็นแหล่งศึกษาท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรในชุมชนที่มีศักยภาพรองรับด้วย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการผลิตการตลาดพืชผักปลอดสารพิษ และขยายผลในเชิงธุรกิจสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ในอำเภอปาย ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาศักยภาพ เงื่อนไข การสร้างเครือข่าย ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจสังคม ที่คาดว่ามีผลต่อการปรับเปลี่ยน ผลสำเร็จ และความยั่งยืนในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มเกษตรกร
  2. ศึกษาบริบท กระบวนการใช้และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ผลที่ได้รับ รวมทั้งปัญหา/ข้อจำกัดด้านระบบการผลิตผักปลอดสารพิษของกลุ่มเกษตรกร
  3. ทดสอบรูปแบบการตลาดที่เหมาะสมกับศักยภาพและสภาพแวดล้อมของกลุ่มเกษตรกร
  4. ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ร่วมโครงการผลิตการตลาดผักปลอดสารพิษ