งานวิจัย : โครงการ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อการวางแผนการจัดตั้งกลุ่มเกษตรปลอดภัยอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา
นักวิจัย : ดร.สิทธิศักดิ์ ปิ่นมงคลกุล
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/02/2011
วันสิ้นสุดโครงการ : 31/07/2011
จังหวัด : พะเยา
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

อำเภอแม่ใจ อยู่ห่างไปทางทิศเหนือของจังหวัดพะเยา ระยะทาง ประมาณ 24 กิโลเมตร (ภาพที่ 1) มีเนื้อที่ประมาณ 184,222 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มระหว่างภูเขา โดยมีเทือกเขาสูงขนาบทางทิศตะวันออก ได้แก่ เทือกเขาอีด้วน เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม และด้านทิศตะวันตกได้แก่เทือกเขาจองเลื่อนและดอยหลวงเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง แบ่งเขตการปกครองเป็น 6 ตำบล (ภาพที่ 2) 66 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลแม่ใจ 10 หมู่บ้าน ตำบลศรีถ้อย 13 หมู่บ้าน ตำบลแม่สุก 10 หมู่บ้าน ตำบลป่าแฝก 11 หมู่บ้าน ตำบลบ้านเหล่า 14 หมู่บ้าน ตำบลเจริญราษฎ์ 8 หมู่บ้าน อำเภอแม่ใจมีหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางพื้นที่ของอำเภอ เรียกว่า หนองเล็งทราย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญของอำเภอแม่ใจ มีเนื้อที่ ประมาณ 4,000 ไร่ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากหนองเล็งทรายในการเพาะปลูกและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจรวมทั้งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มนํ้าที่มีความสําคัญระดับนานาชาติ 1 ใน 8 แห่งของภาคเหนือและ 1ใน 61แห่ง ของประเทศไทย สำหรับพื้นที่ทำการเกษตรของอำเภอแม่ใจ มีจำนวนทั้งสิ้น 72,009 ไร่ มีการปลูกข้าวมากเป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ แตงโม แคนคาลูป กาแฟ ขิง ถั่วเหลือง ยาสูบ กระเทียม หอมแดง ตามลำดับ นอกจากนี้ อำเภอแม่ใจ ยังมีการทำสวนผลไม้ ซึ่งไม้ผลที่นิยมปลูก ได้แก่ ลิ้นจี่ มะม่วง ลำใย โดยพื้นที่ปลูกไม้ผลรวม 29,418 ไร่ ด้านการปศุสัตว์ ส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อการบริโภคและใช้งาน สำหรับการเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้ายังมีน้อย ด้านการประมง มีการทำประมงตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ โดยอาศัยน้ำจากแหล่งน้ำใหญ่ ๆ เช่น น้ำแม่ใจ น้ำแม่สุก น้ำแม่เย็น น้ำแม่จว้า น้ำป่าแฝก และน้ำแม่ปืม ส่วนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีการเลี้ยงปลา เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ที่เหลือจากการบริโภคจะจำหน่ายในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง ยังไม่มีการประกอบการเป็นอาชีพหลักเพื่อจำหน่ายโดยตรง พันธุ์ปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่ เป็นปลากินพืช เช่น ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน และปลายี่สก

ในปัจจุบันการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรในอำเภอแม่ใจได้มีการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีกันอย่างกว้างขวาง จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเป็นอย่างมาก สารเคมีต่างๆ เช่น ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ได้กระจายไปสู่อากาศ ถูกชะล้างลงสู่ดินและแหล่งน้ำต่างๆ ทำให้อากาศ ดิน และแหล่งน้ำมีการปนเปื้อนสารเคมี จากรายงานของ ลิขิต พลยศ (2551) พบว่า การเพาะปลูกพืชของเกษตรกรในปัจจุบัน ชนิดของปุ๋ยที่ใช้ในการเพาะปลูกของเกษตรกรนั้น มีอยู่ 4 ชนิดคือ ปุ๋ยเคมี, ปุ๋ยหมัก, ปุ๋ยพืชสด, ปุ๋ยคอก ซึ่งเกษตรกรร้อยละ 73.50 ใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวในการทำการเกษตร มีเพียงร้อยละ 26.50 ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ และมีแนวโน้มว่าการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น เนื่องมาจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนไปได้แก่ สภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์ สภาพน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมี และพันธุ์พืชใหม่ที่นำมาปลูก ทุน เป้าหมายการผลิตและผลตอบแทนที่ได้รับ รวมทั้งประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ได้รับจากปีที่ผ่านมาของเกษตรกร นอกจากนี้ยังพบว่า พฤติกรรมในการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรจะใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวและติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินด้วยวิธีการอื่นๆ เมื่อผลผลิตตกต่ำจะแก้ไขปัญหาด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีเพิ่มลงไปในปีต่อๆ ไป เนื่องจากปุ๋ยเคมีมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา แรงงาน และเห็นผลเฉพาะหน้า รวมทั้งมีความเชื่อและยอมรับในประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมีเป็นอย่างยิ่ง พิษของสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในผลผลิตต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชผลทางการเกษตร เป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคโดยส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพทำให้สุขภาพทรุดโทรมและเกิดการเจ็บป่วยตามมา

จากปัญหาดังกล่าวจังหวัดพะเยาจึงได้มีนโยบาย พะเยาเกษตรปลอดภัย ที่จะดำเนินการเรื่องเกษตรปลอดภัย ปลอดภัยจากสารเคมีและปลอดภัยจากสารพิษ โดยได้มีการเสนอให้เป็นวาระของจังหวัดประกอบกับผู้บริโภคได้ตื่นตัวต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากขึ้นทำให้สินค้าเกษตรปลอดภัยจากสารเคมีได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น การทำการเกษตรปลอดภัยเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างไรก็ตามในการจัดทำการผลิตอาหารปลอดภัยจำเป็นต้องทราบข้อมูลพื้นฐานในด้านพื้นที่ปลูก ศักยภาพของเกษตรกรและปัญหาต่างๆจากการทำการเกษตรแบบปัจจุบันเสียก่อนเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนและตัดสินใจเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตอาหารปลอดภัยสูงสุด

การนำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) จึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการได้มาซึ่งข้อมูลของพื้นที่มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการพัฒนาการเกษตรกันอย่างแพร่หลาย โดยเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการจัดการฐานข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการเชื่อมโยงตำแหน่งต่างๆบนแผนที่ รวมทั้งความสามารถในการสืบค้นและประมวลผลข้อมูลโดยการนำข้อมูลพื้นฐานมาวิเคราะห์และผสมผสานความสัมพันธ์แต่ละปัจจัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการโดยสามารถแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายเพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจเพื่อหาศักยภาพของพื้นที่ รวมทั้งเกษตรกรในการผลิตอาหารปลอดภัยจากพื้นที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบในการทำเกษตรปลอดภัยและ จัดตั้งกลุ่มผลิตผลิตผลทางการเกษตรอย่างปลอดภัยเพื่อผลิตอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษต่อไป

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อศึกษาศักยภาพของพื้นที่อำเภอแม่ใจในการทำการเกษตรปลอดภัย
  2. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อใช้ในการตัดสินใจดำเนินการระบบเกษตรปลอดภัย
  3. เพื่อพัฒนาระบบและจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตอาหารปลอดภัย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา