งานวิจัย : โครงการ การสืบค้นและจัดการมรดกทางวัฒนธรรมเมืองพะเยาเพื่อการพัฒนาเมืองยั่งยืนอย่างสร้างสรรค์
นักวิจัย : ดร.ประกอบศิริ ภักดีพินิจ
วันเริ่มต้นโครงการ : 01/09/2011
วันสิ้นสุดโครงการ : 31/08/2012
จังหวัด : พะเยา
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

“เมืองพะเยา” เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภาคเหนือเมืองหนึ่ง เดิมมีชื่อว่า ภูกามยาว หรือพยาว มีอายุกว่า 900 ปี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 1638 โดยพ่อขุนศรีจอมธรรม กษัตริย์แห่งราชวงศ์ลัวะจักรราชหิรัญนครเงินยาง และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยพ่อขุนงำเมือง ในช่วงสมัยพ่อขุนงำเมืองอาณาจักรภูกามยาวมีความสำคัญในฐานะเครือญาติกับอาณาจักรล้านนาที่ให้ความช่วยเหลือพญามังราย รวมทั้งมีความสัมพันธ์อันดีกับพ่อขุนรามคำแหงแห่งอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งกษัตริย์ทั้งสามพระองค์ได้ร่วมมือกันสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 และเมืองเชียงใหม่ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรล้านนา

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 อาณาจักรภูกามยาวได้ถูกลดบทบาทเหลือแค่เมืองพะเยา แต่ยังปรากฎหลักฐานความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและเครือญาติกับเมืองเชียงใหม่และสุโขทัย การเปลี่ยนแปลงทางด้านการปกครองของเมืองพะเยาขึ้นอยู่กับอาณาจักรล้านนา ตั้งแต่สมัยพม่าเข้ามาปกครอง จนกระทั่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ.2437 รัชกาลที่ 5 ได้จัดระเบียบการปกครองใหม่เป็นเจ้าเมืองข้าหลวงและได้ตราพระราชบัญญัติมณฑลพายัพขึ้นโดยให้นครเชียงใหม่เป็นที่ตั้งมณฑลรวมหัวเมืองต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับมณฑลพายัพ ในปี พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองยุบตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร เมืองต่างๆ จึงมีฐานะเป็นอำเภอ จังหวัด ส่วนเมืองพะเยาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย จนในปีพ.ศ.2520 จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดพะเยาจนถึงทุกวันนี้

จากประวัติศาตร์ความเป็นมาที่ยาวนานของจังหวัดพะเยายังคงให้เห็นร่องรอยทางมรดกวัฒนธรรมของพะเยา ที่ปรากฏให้เห็นในรูปแบบของลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัด ที่อยู่อาศัย ร่องรอยคูน้ำคันดินโบราณ ภาชนะดินเผา พระพุทธรูปหินทราย ศิลาจารึก ซึ่งตัวอย่างของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่พบเช่น วัดศรีโคมคำซึ่งเป็นวัดประจำเมืองพะเยาที่ถูกสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20 ในสมัยของพระเมืองตู้เจ้าผู้ครองพะเยา ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาที่ใหญ่ที่สุด วัดหลวงราชสัณฐานสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่18 เป็นที่ศึกษาศิลปวิทยาการของพ่อขุนงำเมืองกษัตริย์แห่งภูกามยาวและพระสหายจากอาณาจักรใกล้เคียงคือ พ่อขุนเม็งรายแห่งเชียงใหม่ พ่อขุนรามแหงแห่สุโขทัย มีวิหารครึ่งปูนครึ่งไม้สร้างตามคติการสร้างวิหารแบบล้านนา มีจิตกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวพุทธประวัติเขียนบนผนังส่วนที่เป็นไม้ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22 ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในพะเยา วัดติโลกอารามเป็นวัดโบราณแห่งหนึ่งที่จมอยู่ในกว๊านพะเยา จากการพบศิลาจารึก ทำให้ทราบว่าวัดติโลกอารามมีอายุประมาณได้มากกว่า 500 ปี สร้างในสมัยของพระเจ้าติโลกราช ราวพุทธศตวรรษที่ 20 กษัตริย์แห่งล้านนา วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาก เนื่องจากเจ้าผู้ครองพะเยาตอนนั้นได้สร้างถวายเพื่อเป็นการเทิดพระเกีรยติแด่พระเจ้าติโลกราช เป็นวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างเมืองเชียงใหม่กับเมืองพะเยา ย่านชุมชนหนองระบูซึ่งในอดีตเป็นถนนเส้นหลักในการเดินทางเข้าสู้ตัวเมืองพะเยา เป็นย่านการค้าที่คึกคัก เป็นย่านรับซื้อพืชผลทางการเกษตร ปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นโรงสีเรือนแถวค้าขายแบบไม้ค้าขายจวบจนปัจจุบัน ชุมชนย่านถนนท่ากว๊านซึ่งแต่เดิมเป็นแหล่งทำการค้าขายที่เก่าแก่ที่สุดของพะเยา เรียกกันว่า บ้านท่า แต่เดิมก่อนที่กรมประมงจะทำการสร้างทำนบกั้นน้ำชุมชนทั้งสองฝากของกว๊านพะเยาสามารถเดินทางไปมาติดต่อค้าขายกันได้โดยอาศัยคันดินและแอ่งที่ราบ เมื่อกรมประมงได้สร้างทำนบกั้นน้ำแล้วจึงเกิดการเดินทางติดต่อค้าขายเส้นทางใหม่ คือทางเรือ ทำให้เกิดท่าเรือมากมายตามแนวชายฝั่งกว๊านบริเวณชุมชนบ้านท่าได้แก่บริเวณกระชังปลาชุมชนประตูประสาท บริเวณแยกถนนประสาท ถนนชายกว๊านและบริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองชุมชนบ้านท่านอกจากการค้าขายในชุมชนและเป็นตัวกลางผ่านสินค้าไปยังตลาดในตัวเมืองแล้ว แต่ต่อมาภายหลังเมื่อมีการตัดถนนรอบกว๊านแล้ว
ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นบรรดาพ่อค้า ชาวบ้านสามารถเข้าถึง แหล่งค้าขายแห่งอื่นได้ง่ายขึ้นจึงทำให้การค้าขายบริเวณชุมชนท่ากว๊านซบเซาลงจนไม่เหลือร่องรอยย่านการค้าที่คึกคักในอดีต

ส่วนมรดกทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในระหว่างการเกิดพัฒนาการของเมือง ส่วนใหญ่สามารถพบได้จากวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ เช่น การแกะสลักพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยา ที่ตกทอดมาสู่รุ่นปัจจุบันที่ยังดำเนินการสู่ และเกิดเป็นอาชีพที่ต่อเนื่องเกิดขึ้นคือการแกะสลักครกหินซึ่งส่งไปจำหน่ายที่อ่างศิลาแหล่งจำหน่ายครกหินขึ้นชื่อของประเทศไทย การตีมีดของชุมชนบ้านร่องไฮที่เกิดการการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษที่ย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดลำปาง การประมงพื้นบ้านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อการก่อสร้างทำนบกั้นน้ำแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2484 จนเกิดเป็นกว๊านพะเยา การทำปลาส้มและการสานผักตบชวาที่มาพร้อมกับการกำเนิดของกว๊านพะเยาเช่นกัน

ถึงแม้ว่ามรดกทางวัฒนธรรมของเมืองพะเยาจะยังคงปรากฏร่องรอยให้เห็น แต่ทั้งนี้ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในบางช่วงเวลาได้หายไปและในบางช่วงเวลาที่ได้ถูกละเลยไป รวมถึงการมีอยู่แต่กระจัดกระจายไม่มีเรื่องเล่าที่ทรงพลังพอที่จะทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยง จึงเป็นอุปสรรคอย่างมากที่คนในท้องถิ่นได้เรียนรู้วัฒนธรรมของตนเองจะทำความเข้าใจศึกษา เรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมของเมืองพะเยา

การทำแผนที่พัฒนาการทางวัฒนธรรมจะเป็นการช่วยยกระดับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้เป็นความทรงจำร่วมกันของคนในสังคม เป็นการร่วมกันร่างประวัติศาสตร์ความทรงจำร่วมกันในระดับหนึ่ง ตลอดจนช่วยกันระบุให้คุณค่าสิ่งที่เป็นมรดกของคนพะเยา การสร้างแผนที่พัฒนาการทางวัฒนธรรมจึงจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่แปลงข้อมูลนามธรรมไปสู่ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมที่เห็นและจับต้องได้ โดยมีเป้าประสงค์ว่าจะทำให้ภาพเมืองเก่าพะเยาในจินตนาการได้เข้าไปทับซ้อนกับพื้นที่จริง ตลอดจนร้อยเรียงภาพมรดกที่คงเหลืออยู่และที่หายไปให้เข้ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นเอกภาพขึ้นกว่าที่เป็นมาผลลัพธ์ของการจัดทำแผนที่พัฒนาการมรดกทางวัฒนธรรมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และตระหนักในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น อันถือได้ว่าเป็นบันไดขั้นแรกของการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมโดยท้องถิ่น อีกทั้งแผนที่พัฒนาการทางวัฒนธรรมจะใช้เป็นฐานข้อมูล ฐานความคิดต่อการพัฒนาเมืองในด้านการวางผังเมือง การท่องเที่ยว และการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อความยั่งยืนในอนาคตของผู้เป็นเจ้าของพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้นโดยตรง

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลด้านมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองพะเยา
  2. เพื่อจัดทำแผนที่พัฒนาการมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองพะเยา
  3. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเมืองพะเยาที่สอดคล้องกับมรดกทางวัฒนธรรมในด้านการวางผังเมืองการท่องเที่ยว และการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองพะเยาอย่างยั่งยืน