งานวิจัย : โครงการ การพัฒนาระบบการผลิตถั่วเขียวเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนของเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียว ตำบลบ้านถ้า อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา
นักวิจัย : บุญฤทธิ์ สินค้างาม
วันเริ่มต้นโครงการ : 15/05/2012
วันสิ้นสุดโครงการ : 14/05/2013
จังหวัด : พะเยา
เอกสารประกอบ :

ความเป็นมาของโครงการ

ถั่วเขียวเป็นพืชไร่เศรษฐกิจที่มีความสาคัญอันดับต้นๆของประเทศไทย เนื่องจากมีอุตสาหกรรมมากมายที่ต้องพึ่งพาใช้ถั่วเขียวเป็นวัตถุดิบ เช่น อาหารสัตว์ วุ้นเส้น เครื่องสาอาง ถั่วงอก เป็นต้น โดยมีพื้นที่การเพาะปลูกมากกว่า 850,000 ไร่ ในฤดูกาลผลิต 2552/2553 ซึ่งเป็นพื้นที่ในภาคเหนือถึง 790,000 ไร่ ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 114 กก/ไร่ พันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบันมีเพียงพันธุ์เดียว คือ กาแพงแสน 2 (สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2553) พื้นที่ปลูกที่สาคัญ ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ แพร่ และพะเยา เป็นต้น ด้วยสาเหตุที่ราคาผลผลิตสูงขึ้นมากจากที่ไม่เคยมีมาก่อน กอปรกับถั่วเขียวเป็นพืชที่มีคุณสมบัติเด่น คือ เพาะปลูกง่าย อายุการเก็บเกี่ยวเร็วประมาณ 65 – 70 วัน มีลักษณะเป็นพืชรองจากพืชหลัก การปฏิบัติดูแลรักษาง่าย ทาให้เกษตรกรมีความต้องการสนใจปลูกถั่วเขียวเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมีการปรับลดบทบาท ของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่มีที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจากแต่เดิมอยู่ในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรมีภาระหน้าที่สาคัญในการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเศรษฐกิจสนับสนุนให้แก่เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ได้แก่ ข้าว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโพด และงา เป็นต้น โดยถ่ายโอนมาอยู่ในสังกัดของกรมการข้าวซึ่งมีภารกิจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชชนิดอื่นๆ ทาให้ขาดแคลนอย่างมากตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2550) เนื่องจากไม่มีหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ทาหน้าที่ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวอีกต่อไป จากปัญหาดังกล่าวยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงราคาเมล็ดพันธุ์ที่สูงขึ้นมากในแต่ละฤดูกาลผลิตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ดังนั้นแหล่งเมล็ดพันธุ์จากแหล่งอื่นๆที่ขาดความน่าเชื่อถือจึงเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่เกษตรกรมิอาจจะปฏิเสธไปได้เลย เช่น จากประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว กัมพูชา ฯ) และจากการรวบรวมของพ่อค้าในแต่ละท้องถิ่นเอง เป็นต้น ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาจากแหล่งของเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ ได้แก่ คุณภาพเมล็ดพันธุ์ต่า โรคและแมลงที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ ราคาสูง จากราคา 15 – 18 บาท/กก เป็น 35 – 45 บาท/กก (จากการสอบถามเกษตรกรพื้นที่อาเภอ ดอกคาใต้)

ตาบลบ้านถ้า อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา แบ่งเขตการปกครองเทศบาลออกเป็น 12 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านถ้าใน บ้านถ้าสันหัวหม่น บ้านถ้าอนามัย บ้านถ้าราษฎ์บารุง บ้านถ้าสันทราย บ้านถ้าเจริญราษฎร์ บ้านถ้ามงคล บ้านถ้าสันทรายทอง บ้านถ้าจอมศีล บ้านถ้าสันต้นศรี บ้านถ้าสันต้นเปา และบ้านถ้าสันทรายเงิน ทิศเหนือติดกับ ตาบลคือเวียง ตาบลบุญเกิด ตาบลดอนศรีชุม ทิศตะวันออกติดกับ ตาบลสันโค้ง ทิศใต้ติดกับตาบลหนองหล่ม และทิศตะวันตก ติดตาบลบ้านปิน ตาบลบ้านถ้าเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ประชากรประกอบอาชีพการเกษตรเป็นหลักมีการปลูกพืชเศรษฐกิจที่สาคัญประกอบด้วย ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วดา ถั่วเขียว หอมแดง กระเทียม ลาไย ลิ้นจี่ เป็นต้น ซึ่งอาเภอดอกคาใต้นี้เองที่เป็นแหล่งที่มีการเพาะปลูกถั่วเขียวมากที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะตาบลบ้านถ้า ตาบลบ้านปิน เป็นต้น จุดเด่นของการเพาะปลูกถั่วเขียว คือ อายุสั้น การปลูกและการจัดการไม่ยุ่งยาก ราคา (ปัจจุบัน) น่าพอใจ เป็นต้น จึงทาให้เกษตรกรในพื้นที่มีความสนใจการผลิตถั่วเขียวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่เกษตรกรมีฤดูกาลผลิตแบ่งออกเป็น 2 ฤดูด้วยกัน คือ ต้นฝน (เม.ย – พ.ค) ก่อนการปลูกพืชไร่หรือทานา และฤดูแล้ง (ธ.ค – ม.ค) หลังเก็บเกี่ยวพืชไร่หรือหลังการทานา ซึ่งพื้นดินมีความชื้นเพียงพอในการงอกและการเจริญเติบโตของถั่วเขียวตลอดฤดู อย่างไรก็ตามแม้ว่าถั่วเขียวจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่บทบาทมากในอาเภอดอกคาใต้ จากการร้องขอของเกษตรกรเอง การสอบถามและการสารวจเกษตรกรในพื้นที่ยังมีประเด็นทางวิชาการอีกมากมายที่เกษตรกรยังขาดความรู้ การปฏิบัติดูแลในการปลูกถั่วเขียวซึ่งตัวของเกษตรกรเองก็ต้องการความช่วยเหลือด้วยเช่นกัน (ข้อมูลจากการสอบถาม) นอกจากปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนสายพันธุ์ทั้งปริมาณ และคุณภาพแล้ว วิธีการเพาะปลูก การเขตกรรม การจัดการใส่ปัจจัยการผลิต การเรียนรู้เรื่องโรคและแมลงศัตรูถั่วเขียว การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เป็นต้น ยังเป็นสิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้ยังขาดแคลนและต้องเรียนรู้อีกมาก

จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ทางคณะผู้วิจัยจึงเล็งเห็นความสาคัญในเรื่องดังกล่าวและเพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยเชิงพื้นที่และการบริการชุมชน โดยเน้นการใช้ปัญญารวมหมู่เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน (Community Empowerment) จึงได้ร่วมมือกับสานักงานเทศบาลตาบลบ้านถ้า สานักงานเกษตรจังหวัดพะเยา สานักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา สานักงานเกษตรพะเยา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดสุโขทัย และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียวอาเภอดอกคาใต้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดตั้งเป็น“โครงการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรเพื่อการพัฒนา(คสกพ.)” ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของสานักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยาเห็นสมควรและต้องการให้เกิดมีการวิจัยเชิงพื้นที่ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียวในหัวข้อ “การพัฒนากระบวนการผลิตถั่วเขียวเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนของเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียวตาบลบ้านถ้า อาเภอดอกคาใต้ จังหวัดพะเยา” ซึ่งมีเนื้อหาสาระสาคัญของการดาเนินงานในเชิงปฏิบัติการโดยที่เกษตรกรจะต้องมีส่วนร่วมไปในทุกกระบวนการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อพัฒนาระบบการผลิตถั่วเขียวชุมชนให้เป็นต้นแบบการผลิตถั่วเขียวที่ถูกวิธีและยั่งยืน
2. เพื่อการขยายผลของระบบการผลิตถั่วเขียวต้นแบบไปสู่เครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวชุมชนในอนาคต